๊ะ”
กู้ชีชีรีบยืดตัวตรงพยักหน้าหงึกหงักพลางหัวเราะร่าด้วยความจริงใจ “ไม่รบกวนเลยค่ะ ไม่รบกวนเลยสักนิด! ฉันเองก็ถูกชะตาแล้วก็เอ็นดูเจ้าตัวน้อยคนนี้มากจริง ๆ!”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวกลับก่อนนะ” คุณนายเฒ่าซูพยักหน้าตอบรับด้วยแววตาอ่อนโยน
กู้ชีชีชูมือโบกลา สายตายังคงทอดมองตามแผ่นหลังของเด็กน้อยผู้น่ารักที่กำลังก้าวขึ้นรถจากไป ใจหนึ่งก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปกะทันหัน
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แล่นวาบเข้ามาจนเธอต้องเบิกตาโพลง… ‘เธอยังไม่มีช่องทางติดต่อของเจ้าเด็กนั่นเลยสักนิด!’
กู้ชีชีอ้าปากค้างด้วยความเสียดายจนอยากทึ้งหัวตัวเอง
‘แย่แล้ว! เด็กน้อยน่ารักน่าฟัดขนาดนั้น เธอกลับลืมกระทั่งขอถ่ายรูปคู่เก็บไว้ดูเล่นยามเหงาเสียได้ ‘
‘ต่อให้เป็นรูปแอบถ่ายตอนหนูน้อยเผลอทำแก้มป่องสักรูปก็ยังดี!’
เธอรีบกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ เพื่อหาใครสักคน พอจะเป็นกุญแจเชื่อมต่อไปถึงเจ้าตัวเล็กได้ จนกระทั่งสายตาคมปลาบไปหยุดกึกอยู่ที่ร่างของซูโล่วซึ่งยังนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น
กู้ชีชีรีบถือโทรศัพท์วิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหา แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยรอยยิ้ม “รุ่นพี่ซูคะ ขอเพิ่มวีแชทคุณหน่อยได้ไหมคะ? จะว่าไปเราก็ร่วมงานกันมาตั้งนานแล้ว แต่ฉันยังไม่มีช่องทางติดต่อส่วนตัวของคุณเลยนะ!”
ปกติในกองถ่ายจะมีกลุ่มแชทส่วนกลางอยู่แล้ว มีธุระอะไรทั้งคู่ก็มักจะพูดคุยกันผ่านกลุ่มนั้น
ความจริงคือพวกเขายังไม่ได้เป็นเพื่อนกัน