นคำพูดติดอยู่ในลำคอ เธอหาข้ออ้างใดมาหักล้างไม่ได้เลย ขอบตาของเธอเริ่มแดงก่ำ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “พี่ชีชี… นี่พี่หมายความว่าอย่างไรคะ? จะบอกว่าฉันเป็นคนทำ?”
“ฉันนั่งพักอยู่ตรงนี้ตลอดเวลา จะเป็นฉันไปได้ไง… พี่จงใจใส่ร้ายฉันชัด ๆ…”
โจวอวี่ทำทีเป็นน้อยเนื้อต่ำใจสุดขีด เธอแสดงท่าทางเหมือนคนถูกรังแก แต่ไม่กล้าโต้ตอบ เพื่อจงใจทำให้คนรอบข้างมองว่ากู้ชีชีกำลังใช้อำนาจบีบคั้นเธอ
กู้ชีชีเพียงแสยะยิ้มหยัน ไม่ได้ซักไซ้ต่อให้เสียเวลา เธอเอ่ยเสียงเรียบทิ้งท้ายว่า “เธอทำหรือไม่ทำ ใจเธอย่อมรู้ดีที่สุด”
ทุกคนรู้ดีว่ากู้ชีชีกับโจวอวี่ขัดแย้งกันมานาน บางคนเริ่มสงสัยโจวอวี่ บางคนคิดว่ากู้ชีชีแค่เล่นงานคู่แข่ง
โจวอวี่หันไปมองซูโล่วด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ “คุณซูคะ…”
ซูโล่วที่เพิ่งดึงสติกลับมาจากเหตุการณ์ฉากฉีกร่างผีอันประหลาด เมื่อได้ยินเสียงเรียกจึงก้มลงมองแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “ฉันเชื่อชีชี”
คำยืนยันนั้นทำให้โจวอวี่ปล่อยโฮออกมาทันที
แม้ภายนอกจะแสร้งทำตัวน่าสงสารเพียงใด ทว่าในใจกลับริษยาจนแทบบิดเบี้ยว ทั้งที่ไม่มีหลักฐานมัดตัวสักชิ้น แต่ซูโล่วกลับเลือกเข้าข้างกู้ชีชีอย่างไร้เงื่อนไข!
ผู้กำกับเริ่มรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าจนแทบจะทนไม่ไหว เขาตัดบทขึ้นว่า “เอาละ อย่าเพิ่งร้องไห้กันเลย ในกองถ่ายเรามีกล้องหลายตัว แถมยังมีกล้องเบื้องหลังอีก ลองไปตรวจสอบภาพฟุตเทจทั้งหมดดูเถอะ”
ผลก