รลงไป? ฉันเผลอตบเธอไปเหรอเนี่ย!”
“ขอโทษนะจ๊ะ! พอดีพี่จมอยู่ในบทบาทเกินไปหน่อยจนยังถอนตัวออกมไม่ได้เลย! เมื่อกี้ภาพมันซ้อนเห็นเธอเป็นคุณนายสาม พี่… พี่อินกับบทเกินไปหน่อย ฮึก… ขอโทษจริง ๆ นะจ๊ะ ฮือ ๆ!”
กู้ชีชีแสร้งทำท่าทีลนลานสับสนวุ่นวาย เธอรีบยื่นมือไปลูบบนใบหน้าของโจวอวี่อย่างแรง “เป็นอะไรมากไหม? เธอโอเคหรือเปล่าจ๊ะ?”
ใบหน้าของโจวอวี่นั้นบวมช้ำจากการถูกตบอยู่แล้ว พอถูกกู้ชีชีแกล้งกดเน้นลงไปแบบนั้นก็เจ็บปวดแทบขาดใจ เธอถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความทรมาน “อ๊าย! เจ็บ! เจ็บมากค่ะ!”
“อุ๊ย… ขอโทษจ้ะขอโทษ! พี่ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ฮือ ๆ! พี่แค่เป็นห่วงเธอมากเกินไปหน่อย…” กู้ชีชีรีบละล่ำละลักบอก
เธอยังคงทำท่าทางเงอะงะทำอะไรไม่ถูกพลางตะโกนเรียกผู้ช่วย เรียกหมอ เรียกซูโล่ว ไปจนถึงเรียกผู้กำกับให้โกลาหลไปทั้งกองถ่าย
ซูโล่วทำเพียงยืนนิ่งขรึม แต่แววตากลับขยับเล็กน้อยคล้ายกำลังใช้ความคิด… ‘นี่คือทักษะการเอาคืนระดับปรมาจารย์ หรือนางเอกคนนี้สติหลุดไปแล้วจริง ๆ กันแน่?’
บรรดาทีมงานและคนรอบข้างต่างพากันหันไปสบตากันด้วยความเลิ่กลั่ก
บรรยากาศในกองถ่ายพลันตกอยู่ในความเงียบงันชวนขัดเขิน เมื่อพิจารณาจากท่าทางตื่นตระหนกจนหน้าถอดสีของกู้ชีชี ทุกคนเริ่มรู้สึกว่ามันก็สมเหตุสมผล พลางกระซิบกระซาบกันเบา ๆ
‘แต่จะว่าไป มันก็ไม่แปลกนี่นา? ในเมื่อโจวอวี่ยังอ้างว่าอินกับบทจนยั้งมือไม่ได้’
‘กู้ชีชีเองก็คงจะตกอยู่ในสภาวะอ