นึกในใจว่า เมื่อกี้อาการยัยนี่ก็ยังไม่หนักเท่าไหร่นะ ทำไมตอนนี้ถึงพยายามบีบเสียงจนดูท่าจะแย่ขนาดนี้ล่ะ?
เธอจึงเดินนวยนาดเข้ามาใกล้พร้อมกับแสร้งเอ่ยด้วยท่าทีขัดเขิน “รุ่นพี่ซูคะ นี่หลานสาวของคุณเหรอคะ? ว้าว น่ารักจังเลย! ฉันอิจฉาจังค่ะ อยากมีเด็กน้อยที่สวยและน่ารักแบบนี้บ้างจัง!”
กู้ชีชีจ้องมองซู่เป่าตาเป็นประกาย น่ารักเป็นบ้า! อยากหยิกแจ้มจัง!
หากบอกว่าโจวอวี่กำลังพยายามปั้นจริตเพื่อทอดสะพานให้ซูโล่ว กู้ชีชีก็คงกำลังสลัดคราบนางเอกมาทำตัวละอ่อนเพื่อเต๊าะความน่ารักของซู่เป่าเช่นกัน
ซู่เป่ามองหน้ากู้ชีชีแล้วถาม “พี่สาวคะ ในคอพี่มีรองเท้าแตะติดอยู่ด้วยเหมือนกันเหรอ?”
“ไม่มีจ้ะไม่มี พี่แค่ดื่มชานมมากไปหน่อยน่ะ” กู้ชีชีรีบโบกมือพัลวัน
สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่ผมหางม้าจิ๋วสองข้างบนหัวซู่เป่าอย่างนึกมันเขี้ยว พยายามหักห้ามใจไม่ให้ยื่นมือไปบีบเล่น
“คุณยายพูดไม่ผิดจริง ๆ ด้วย ชานมไม่ดีต่อสุขภาพ พี่สาวอย่าดื่มบ่อยนะคะ!” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
กู้ชีชีชะงักไปครู่หนึ่ง ท่าทางเคร่งขรึมจริงจังของเด็กน้อยมันช่างน่าเอ็นดูจนหัวใจจะวาย!
“ได้เลยจ้ะ!” กู้ชีชีตอบรับอย่างอารมณ์ดี ในที่สุดก็ทนความมันเขี้ยวไม่ไหว ยื่นมือไปบีบผมหางม้าบนหัวซู่เป่าจนได้
“พี่สาวคะ พวกพี่กำลังถ่ายหนังกันอยู่เหรอคะ? เขาถ่ายกันยังไงเหรอ?” ซู่เป่ากวาดสายตามองไปรอบกองถ่ายครู่หนึ่งก่อนถามต่อ “พวกพี่ถ่ายหนังผีกันอยู่เหรอคะ?”
กู้