เจ้าตัวก็ไม่ใส่ใจจะจดจำด้วย
กู้ชีชีผู้เป็นนางเอกแสร้งยิ้มตอบ เอ่ยจิกกัดอย่างมีนัยแฝง “อ๋อ น้องอวี่จะเลี้ยงชานมเหรอจ๊ะ? ไม่ต้องหรอกจ้ะ เมื่อวานพี่เพิ่งชั่งน้ำหนักมา แตะ 45 กิโลกรัมเข้าไปแล้ว เพิ่มมาตั้ง 250 กรัมแน่ะ อ้วนจะแย่ พี่ไม่ดื่มดีกว่า”
โจวอวี่หน้าเสียเล็กน้อยก่อนหันไปทางพระเอกหนุ่ม “เอ่อ… แล้วพี่ซูโล่วล่ะคะ?”
ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะปรายตา “ไม่ต้อง”
โจวอวี่กัดริมฝีปากแน่น ตั้งท่าจะออดอ้อนต่อ ทว่ากู้ชีชีกลับชิงตัดหน้าด้วยการชี้ไปยังบทละครพลางอุทานเสียงหลง “ว้าย! รุ่นพี่ซูโล่วคะ ฉากถัดไปคุณต้องโดนแย่งแฟนรึเปล่าเนี่ย! ตายจริง… ฉันไม่เคยเล่นบทแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ”
เธอขยับกายเข้าไปใกล้ขณะทำเสียงเล็กเสียงน้อยเอาใจ “ช่วยสอนฉันหน่อยนะคะ ดูสิ ฉันมันหัวช้าไปหมด ไม่เก่งอะไรเลยสักอย่าง โง่จังเลยค่ะ!”
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มอึดอัด โจวอวี่จึงจำใจเดินคอตกจากไปอย่างเสียไม่ได้
แต่เพียงแค่อีกฝ่ายคล้อยหลัง กู้ชีชีก็สลัดคราบแม่นางเอกผู้อ่อนแอทิ้งทันควัน เธอเบะปากพร้อมกับกลอกตาขึ้นฟ้ามองเพดาน “ชิ! นึกว่าฉันดูไม่ออกรึไง ยัยตัวดี… กะจะมาตีเนียนฉกผู้ชายกันหน้าด้าน ๆ เลยนะ!”
“…” ชายหนุ่มจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ภายในใจพลันบังเกิดความฉงนสงสัยขึ้นมา
‘ผู้หญิงเปลี่ยนหน้ากันเร็วขนาดนี้เลยเหรอ…?’
ในจังหวะนั้นเอง ผู้ช่วยก็วิ่งเข้ามาแจ้งว่ามีญาติมาเยี่ยมกองถ่าย ซูโล่วยังไม่ทันได้ขานรับ ก็เห็นเจ้าก้อนต