ี่ทำไปเพราะเหตุผลกลใดกันแน่ หรือจะเป็นเพียงเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว?
“ไปกันเถอะ” ซูอีเฉินกุมมือเล็ก ๆ ของซู่เป่าไว้ เมื่อเห็นลุงใหญ่เอ่ยปาก ซู่เป่าก็สลัดความข้องใจทิ้งไปทันที เธอคว้านิ้วของเขาไว้แล้วเดินตามไป
ซูเหอเวิ่นรีบวิ่งกระหืดกระหอบตามมาพลางเอ่ยถาม “พ่อครับ ไปแบบนี้เลยเหรอ?”
“แล้วลูกคิดว่าเราควรทำอะไรต่อได้อีก?” ซูอีเฉินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
สำหรับคนที่ก้าวข้ามเส้นศีลธรรมอันดี… ย่อมมีสังคมและกฎแห่งกรรมทำหน้าที่ลงโทษเธอเอง
เมื่อลงมาถึงด้านล่าง ก็พบรถตำรวจหลายคันจอดรออยู่เรียบร้อยแล้ว แต่ซูเหอเวิ่นยังคงนิ่งเงียบด้วยความกังวล “พวกเขาจะลงโทษผู้หญิงโง่คนนั้นไหมครับ?”
ซูอีเฉินก้มมองลูกชายด้วยสายตาแน่วแน่ “แน่นอน เชื่อใจเจ้าหน้าที่เถอะ สิ่งที่ควรทำคืออย่าลืมบทเรียนในวันนี้ และมีสติระวังตัวอยู่เสมอ… โลกใบนี้มีคนพร้อมข้ามเส้นศีลธรรมได้ทุกเมื่อ เราจึงต้องรู้จักป้องกันตัวเองจากคนประเภทนี้”
ซู่เป่ารู้สึกเหมือนภารกิจเสร็จสิ้นลุล่วง เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ลุงใหญ่คะ หนูรู้สึกว่าท้องเริ่มประท้วงแล้วค่ะ!”
ซูเหอเวิ่นมองน้องสาวด้วยความจนใจ
‘นี่ยังจะกินลงอีกเหรอ… เขายังรู้สึกคั่งแค้นในอกที่ไม่ได้เห็นจุดจบของเป้ยเฉินอวี่ด้วยตาตัวเองเลย’
บนห้องพักชั้นบน
เป้ยเฉินอวี่มองตามแผ่นหลังของซูอีเฉินเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ภายในใจของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความเคียดแค้นราวกับไม่ย