กใหญ่ พยายามฝืนเสียงสะอื้นเล่าความจริง “สี่เดือนก่อน… คืนหนึ่งหลังจากบ้านเราย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน…”
“หนูออกมาเดินเล่นในหมู่บ้าน แล้วไปเห็นรูปพวกมันติดอยู่บนบอร์ดประชาสัมพันธ์ มีรอยกากบาทสีแดงขีดทับใบหน้าไว้…”
“พอไปสอบถามคนอื่นจนรู้เรื่องราวในอดีต คืนนั้นหนูก็ฝันร้ายทันที…”
“หนูฝันว่าไอ้สี่คนนั่นถือมีดไล่ฆ่าคนแก่และเด็ก แถมยังข่มขืนผู้หญิง… พวกมันน่ากลัวมาก ฮือ…”
“หนูเลยเกิดเป็นปมในใจ ฝันร้ายติดต่อกันทุกคืน… ก็เลยคิดว่าถ้าลองบูชาพวกมันดู ให้พวกมันไปสู่สุขคติ บางทีพวกมันอาจจะเลิกตามมารังควานหนู…”
ทุกคนซึ่งได้ฟังคำสารภาพต่างตกตะลึงจนนิ่งอึ้งไปตาม ๆ กัน
‘นี่มันเหตุผลบ้าบอคอแตกประการใดกัน?!’
ในเมื่อฆาตกรโฉดเหล่านั้นคร่าชีวิตคนบริสุทธิ์ไปนับสามสิบศพ หากเจ้าตัวรู้สึกไม่สบายใจ แทนที่จะเลือกกราบไหว้ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับเพื่อขอขมา กลับเลือกไปเซ่นไหว้บูชาเหล่าคนบาปเนี่ยนะ
‘ขออภัยเถอะ… ตรรกะวิบัติเช่นนี้ พวกเขาทำใจยอมรับไม่ลงจริง ๆ!’
ชายคนที่ยืนอยู่ใกล้สุดอดรนทนไม่ไหว เตะเข้าใส่เป้ยเฉินอวี่ไปหนึ่งที ยามนี้ความโกรธได้กลบสติของพวกเขาไปจนหมด ซู่เป่าขมวดคิ้วแน่นมองภาพเบื้องหน้า
ขณะที่ซูจิ่นอวี้ส่ายหน้าช้า ๆ “ไม่ใช่เหตุผลนี้หรอก… เธอรับเงินมาส่วนหนึ่งด้วย แรงจูงใจจริง ๆ มันมีมากกว่านั้น…”
วิญญาณสาวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเงียบไป มนุษย์นั้นมีความซับซ้อนเกินหยั่งถึง ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเป้ยเฉินอว