ฉินตัดบทลง “ผมทราบดีครับว่าที่นี่เป็นอย่างไร และที่ผมมาก็เพื่อตรวจสอบบางอย่าง” เขายื่นเศษป้ายไม้หักครึ่งไปให้ “มีคนแอบมาตั้งโต๊ะไหว้พวกคนโฉดกลุ่มนั้นที่นี่ครับ”
ซูอีเฉินหลีกทางให้พวกเขาเข้าไปดูด้วยตาตัวเอง ชายกลุ่มนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปสำรวจทันที แล้วดวงตาก็พลันลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ!
แอปเปิ้ลบนโต๊ะบูชายังคงดูสดใหม่ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งนำมาวางถวายได้เพียงไม่กี่วัน
นั่นหมายความว่า คนใจทรามผู้นั้นยังคงหมั่นแวะเวียนมาเปลี่ยนของไหว้อยู่เป็นประจำ!
“ไอ้ระยำที่ไหนมันกล้าทำแบบนี้!” ลุงคนหนึ่งโมโหจนเตะเก้าอี้ตรงหน้าจนกระเด็นหายไป
ชายอีกคนถึงกับกระทืบป้ายไม้ซ้ำอย่างแรงพลางสบถลั่น “ไอ้คนทรยศ! ไร้ยางอายสิ้นดี! กล้าดีอย่างไรถึงมาตั้งโต๊ะบูชาพวกมันในถิ่นที่มีแต่คนตายเพราะมัน!”
หากโลกนี้มีสวรรค์และนรกจริง นั่นหมายความว่าไอ้พวกเดรัจฉานเหล่านั้น จะได้เสวยสุขเพราะมีคนกราบไหว้หรอกหรือ?!
ความโกรธของชาวบ้านถูกจุดจนถึงขีดสุด มีคนรีบถ่ายรูปซากป้ายไม้หักสะบั้นลงกลุ่มของหมู่บ้านทันที
เพียงชั่วอึดใจเดียว ทุกคนต่างพากันสืบค้นหาตัวตนของคนที่ชื่อ เป้ยเฉินอวี่!
จู่ ๆ ก็มีสมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งพิมพ์ข้อความขึ้นมา
[เดี๋ยวนะ ชื่อนี้คุ้นมาก… นี่มันชื่อของผู้เช่าห้องผมนี่นา!]
ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน ชาวบ้านจำนวนมากต่างมุ่งหน้าตรงไปยังตึกหมายเลข 3 ด้วยอารมณ์ขุ่นมัว!
‘เป้ยเฉินอวี่งั้นเหรอ?!’
‘คราวนี้เธอจบเห่แ