ป้ยเฉินอวี่เพิ่งผ่านการผ่าตัดเปลี่ยนไขกระดูก
และยังต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เธอก็ไม่กล้าใจร้ายบีบคั้นให้พวกเขาหยุดยา เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เธอคงรู้สึกผิดเหมือนเป็นคนปลิดชีวิตพวกเขาด้วยมือตัวเอง
“ช่าง… ช่างมันเถอะค่ะ” ซูเสี่ยวอวี้ยอมจำนนต่อโชคชะตา นึกเสียว่าเป็นการทำบุญสุนทานไปก็แล้วกัน
แต่เป้ยเฉินอวี่ยังคงยืนกรานด้วยสีหน้ามุ่งมั่น “ไม่ได้หรอกค่ะ หนู… หนูจะลองค้นดูว่าพอจะมีเงินเหลืออยู่บ้างไหม พวกเราค้างค่าเช่าคุณมามากเกินไปแล้ว…”
เธอคว้ากระเป๋าของตัวเองขึ้นมาค้นหาอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนหยิบธนบัตรใบละสิบหยวนออกมาหนึ่งใบ…
“…เอ่อ ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ…”
ซูจิ่นอวี้เฝ้ามองอยู่ลอบหรี่ตาลงราวกับจับผิด กระเป๋าของเป้ยเฉินอวี่ดูพองผิดปกติ เห็นแม่สาวคนนี้ทำทีเป็นค้นหาจนทั่ว แต่เหตุใดถึงไม่ยอมเปิดช่องลับด้านในกันนะ?
“เจ้าดวงซวย ลุย!”
วิญญาณร้ายถึงกับชะงัก… ที่แท้เขาก็เป็นเพียงเครื่องมือของเธอเท่านั้นสินะ
เขายอมจำนนต่อคำสั่ง และคลานขึ้นไปนั่งยอง ๆ บนศีรษะของเป้ยเฉินอวี่ทันที
ในจังหวะที่เป้ยเฉินอวี่กำลังง่วนกับการหาเศษเหรียญอยู่นั้น หนังยางมัดผมบนข้อมือของเธอเกิดไปเกี่ยวเข้ากับซิปช่องลับด้านข้างกระเป๋าโดยไม่ตั้งใจ…
แคว่ก!
เสียงซิปรูดเปิดออกมา ก่อนเจ้าของกระเป๋าจะทันตั้งตัว ธนบัตรปึกใหญ่ที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้นก็ร่วงพรูลงมากระจายเต็มพื้น! เป้ยเฉินอวี่หน้าถอดสี ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ