ทุกคนในห้องตกตะลึง แม้แต่พ่อแม่ของเธอก็ไม่เคยระแคะระคายเลยว่าลูกสาวจะมีเงินเก็บมากมายขนาดนี้ เมื่อความแตก เป้ยเฉินอวี่จึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องแสร้งทำเป็นตกใจสุดขีด “อ้าว! เงินพวกนี้มาอยู่ในนี้ได้ยังไงกันคะ?”
“อ๋อ… หนูจำได้แล้ว! เมื่อวานตอนไปตรวจที่โรงพยาบาล มีป้าท่าทางใจดีคนหนึ่งเดินเข้ามาดึงตัวหนูไว้… ต้องเป็นคุณป้าคนนั้นแอบเอาเงินใส่กระเป๋าให้หนูแน่ ๆ เลยค่ะ!”
ซูจิ่นอวี้เห็นแล้วก็ได้แต่หมดคำจะพูด… ช่างเป็นการแสดงสมบทบาทเสียจริงนะ
เมื่อเงินร่วงออกมาประจักษ์แก่สายตาเช่นนี้ เป้ยเฉินอวี่จึงจำใจต้องทำใจดีสู้เสือ นำเงินก้อนนั้นมาจ่ายค่าเช่าพร้อมค่าน้ำค่าไฟที่ติดค้างไว้หลายเดือนให้แก่ซูเสี่ยวอวี้จนครบถ้วน
ซูเสี่ยวอวี้เดินออกจากห้องมาด้วยความมึนงง… ค่าเช่าที่เคยคิดว่าคงสูญเปล่า กลับได้รับคืนมาอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น? มันราบรื่นเสียจนเธอเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ
ซูจิ่นอวี้ถอนหายใจเบา ๆ “ในเมื่อเขาให้มา เธอก็รับไว้เถอะ ไปกันได้แล้ว!”
เธอเอื้อมมือไปลูบหน้าผากซูเสี่ยวอวี้เบา ๆ เป็นการปลอบขวัญ ซูเสี่ยวอวี้จึงเดินจากไปคล้ายคนละเมอ
แต่เป้ยเฉินอวี่กลับรู้สึกเจ็บปวดเจียนตายราวกับมีเลือดหยดออกจากหัวใจ เงินก้อนนี้เธออุตส่าห์รวบรวมมาด้วยความยากลำบาก…
เดิมทีเธอตั้งใจนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และเครื่องสำอางราคาแพง…
เธอลำบากมาหลายปีจึงโหยหาอยากแต่งตัวให้งดงามเหมือนเด็กสาว