ฟค่ะ…” หานหานพูดเสริมด้วยความไร้เดียงสา
“จากนั้นไฟฟ้าก็ลัดวงจร แล้วก็ไหม้หมดเลยครับ” ซูจื่อซีเสริมด้วยหน้านิ่งเฉย
ซูเหอเวิ่นวิเคราะห์ต่อ “เอ่อ…น่าจะเป็นเพราะเตียงน้ำผมทำไม่แข็งแรง… วัสดุที่ใช้คงไม่เหมาะจริง ๆ”
“หนูว่าเพราะรัดปากถุงไม่แน่นมากกว่า!” หานหานแย้ง
ซู่เป่าสรุป “หนูว่าเพราะหนูตัวหนักเกินไปค่ะ! แล้วพวกเราก็ไม่ควรดิ้นแรงขนาดนั้นด้วย”
เหล่าเด็กน้อยเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์บทเรียนครั้งนี้กันอย่างออกรส แม้มีอ่างวางอยู่บนหัวก็ไม่อาจหยุดความช่างจ้อได้ จนได้ข้อสรุปว่า… ‘คราวหน้าต้องใช้พลาสติกสองชั้น!’
คุณนายซูรู้สึกขมับเต้นตุบ ๆ เธอหันไปถลึงตาใส่ซูอีเฉินและมู่กุยฝานพลางกัดฟันกรอด “เตียงน้ำอะไร? กลิ้งไปกลิ้งมาอะไรกัน!… เด็กเล็กแค่นี้ ไปรู้เรื่องพรรค์นั้นได้ยังไง!”
“…”
“…”
‘นี่มัน… ข้อหาฉกรรจ์ที่ถูกยัดเยียดชัด ๆ!!’
คุณนายซูตวาดต่อ “วัน ๆ พวกแกพาลูกหลานไปข้างนอกแล้วสอนอะไรกันแน่! เห็นฉันแก่แล้วจัดการไม่ได้ใช่ไหม รีบไปยืนรับโทษเดี๋ยวนี้!”
สองชายหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ได้แต่สบตากันด้วยความว่างเปล่า พวกเขาไม่ควรออกจากห้องมาตอนนี้เลยจริง ๆ!
สุดท้ายในแถวเด็กน้อย ก็มีร่างสูงโปร่งดูสง่างามเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน… เหล่าเด็ก ๆ ต่างกะพริบตามองคุณพ่อและลุงใหญ่อย่างสงสัย
แปลกจัง ทำไมผู้ใหญ่ก็ถูกทำโทษด้วยล่ะคะ?
ซูจิ่นอวี้ขำจนแทบขาดใจ ส่วนมุมปากของจี้ฉางก็กระตุกไม่หยุด เสี่ยวอู่ซึ่งเกาะอยู่ริมหน้าต่างส่ายห