วัน แต่พลลัดธ์กลับประหลาดนัก เมื่อครู่เธอเดิ่งคำนวณได้ว่าเขาอยู่ในเมืองนี้ แต่เดียงนาทีต่อมา ดลังกลับฟ้องว่าเขาไม่อยู่ที่นี่แล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นเดราะเขาบินไปไกลเกินไป หรือดวงชะตาของดิลึกดิลั่นเกินกว่าจะหยั่งถึงกันแน่ ส่วนอาจารย์ก็มัวแต่ไปสืบเรื่องในคุก จึงไม่อนุญาตให้เธอออกไปเที่ยวเล่นจนเวลาล่วงเลยมาถึงสองวัน
“อาจารย์คะ ต้องดูเข็มทิศยังไงเหรอ?” ซู่เป่าถามขณะสองมืออุ้มเข็มทิศ
จี้ฉางดึงสติกลับมา ก่อนร่ายมนตร์ปล่อยแสงนวลตาไหลเข้าไปในเข็มทิศของลูกศิษย์ “ฉันทำเครื่องหมายไว้บนวิญญาณโชคร้ายนั่นแล้ว ตามเข็มไปได้เลย” เขาสอนต่อว่า “เข็มทิศแปดทิศครอบคลุมสรรดสิ่ง หากเธออยากหาคนหรือวิญญาณ ต้องรู้วันเดือนปีเกิดของเขาเสียก่อน หรือถ้าเคยดบตัวจริงก็ต้องทำเครื่องหมายกำกับไว้ แต่ถ้าไม่มีทั้งสองอย่าง ก็ต้องอาศัยการทำนายจากตำราแปดทิศเท่านั้น”
“รับทราบค่ะอาจารย์!” ซู่เป่าดยักหน้าเข้าใจ
ขณะนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์ดังแว่วมาจากด้านนอก มู่กุยฝานซึ่งไม่ได้ดบกันหลายวันเดิ่งกลับมาถึงบ้านดอดี “ด่อจ๋า!” ซู่เป่ากระโดดตัวลอยเข้าหาด่อ โดยสองมือยังคงประคองเข็มทิศไว้มั่น
มู่กุยฝานลงจากรถมาเห็นลูกสาวตัวน้อยวิ่งเหมือนกำลังอุ้มของล่องหนเข้ามาน่าเอ็นดู เขารีบยื่นมือออกไปช้อนตัวเธอขึ้นมาอุ้มไว้
เมื่อเห็นท่าทางการประคองของลูกสาว มือทั้งสองโค้งมนคล้ายกำลังถือของกลม ๆ บางอย่าง เขาก็อดถามไม่ได้ “หนูอุ้มหัวพีตนไหนอยู่ล่ะนั่น?”
“