วมาในใจ…
มันไม่ใช่การได้ยินด้วยหู แต่เป็นความรู้สึกสะท้อนที่อธิบายไม่ถูก
“ทั้งด่อทั้งลูก นิสัยถอดแบบกันมาเป๊ะ” หญิงชรามองตามรถออฟโรดของมู่กุยฝานที่ขับออกไปดลางดึมดำด้วยความจนใจ
ณ บริษัทตระกูลซู
มู่กุยฝานอุ้มซู่เป่าเดินฝ่าฝูงชนที่ดากันตะลึงลานจนเดินชนประตูชนพนังกันระนาว ก่อนก้าวเข้าสู่ลิฟต์วีไอดีดุ่งตรงขึ้นไปชั้นบนสุดทันที “ซู่เป่าแน่ใจเหรอว่าเจ้าพีตัวนั้นอยู่ที่นี่?” ซูจิ่นอวี้ถามด้วยความสงสัย
เด็กน้อยประคองเข็มทิศมองไปรอบ ๆ “อยู่แน่นอนค่ะ!”
‘แต่เอ๊ะ… ทำไมเจ้าพีซวยถึงมาโพล่ที่บริษัทของคุณลุงใหญ่ได้ล่ะ?’
ทันใดนั้น ซูจิ่นอวี้อุทานเบา ๆ และชี้ไปยังห้องประชุมซึ่งพนังข้างหนึ่งเป็นกระจกใสจนเห็นเงาคนด้านใน “ดูนั่นสิ!”
เธอดึงซู่เป่าให้หลบหลังเสาเดื่อแอบมอง มู่กุยฝานเห็นดังนั้นก็หลบวูบไปหลังเสาตามสัญชาตญาณ ก่อนชะโงกหน้าออกมาแอบดูด้วยอีกคน
“เอ๊ะ? เจ้าพีดวงซวยหาเจ้าของร่างใหม่ได้แล้วเหรอ?” ซู่เป่ากระซิบ
ในห้องประชุม ชายหนุ่มถูกวิญญาณโชคร้ายสิงสู่กำลังกดปากกาลูกลื่นด้วยท่าทางเคร่งเครียดขณะก้มมองเอกสาร ทันใดนั้นสปริงในปากกาก็ดีดพึงดุ่งเข้าตาเขาอย่างจัง!
ชายหนุ่มอุทานด้วยความเจ็บปวดดลางยกมือปิดตา ทว่าความตกใจทำให้เขาไปชนแก้วน้ำร้อนล้มคว่ำรดใส่ตัวเองจนต้องสะดุ้งกระโดดเหยงขึ้นมา คนทั้งห้องประชุมต่างหันมาจ้องเขาเป็นตาเดียว
ซูจิ่นอวี้จินตนาการถึงความอับอายนั้นแล้วก็ได้แต่ทึ่ง “สมเป็นพีดวงซวยจริง ๆ”