บทที่ 239 กรรมตามสนองของเหวยหว่าน
ซูจิ่นอวี้ขำจนแทบสิ้นสติ เธอเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “ที่ซู่เป่าพูดแบบนั้น คงหมายถึงโตขึ้นหนูจะตั้งใจหาเงินมาเลี้ยงดูพี่หานหานเองใช่ไหมลูก?”
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักราวกับลูกไก่จิกข้าว … ‘ใช่แล้ว ๆ มีแต่คุณแม่ที่รู้ใจหนูที่สุด!’
“ฉันไม่ได้เศร้าสักหน่อย!” หานหานงงงวยไปชั่วขณะพลางตอบอย่างสับสน “คุณพ่อบอกว่า ความคิดถึงน่ะมีได้ เด็กคิดถึงแม่ถือเป็นเรื่องปกติมาก แต่เราไม่ควรไปพบหน้า”
“เพราะเมื่อแม่ทำเรื่องไม่ดีก็ต้องรับบทลงโทษที่สมควร คนเราย่อมไม่อาจอยู่เหนือกฎหมายได้”
ซู่เป่ากะพริบตาปริบ ๆ ดูเหมือนว่าคราวนี้เธอจะเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
การคิดถึงแม่กับการไปพบหน้า ไม่จำเป็นต้องเลือกทำเพียงอย่างเดียวนี่นา!
“ว้าว พี่หานหานฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ! หนูว่าพี่เก่งมากเลยค่ะ!” ซู่เป่าร่าเริงขึ้นทันตาเมื่อคลายปมปัญหาในใจได้
พอได้รับคำชมชุดใหญ่จากน้องสาว หานหานก็ตัวลอยด้วยความลำพองใจ เธอเอ่ยถามอย่างมีความสุข “จริงเหรอ ๆ? ฉันเองก็รู้สึกว่าช่วงนี้ฉลาดขึ้นเหมือนกัน! ซู่เป่าลองดูสมองฉันสิ มันดูโตขึ้นกว่าเดิมนิดหนึ่งแล้วใช่ไหม?”
“มันมองไม่เห็นสมองจากข้างนอกหรอกค่ะพี่สาว!” ซู่เป่าตอบพลางเขย่งเท้า พยายามแหวกเส้นผมเพื่อสำรวจศีรษะของพี่สาว
หานหานยังไม่ลดละความพยายาม “งั้นลองดูที่หัวฉันก็ได้ หัวฉันดูใหญ่ขึ้นบ้างหรือเปล่า?”
ซู่เป่าขยับเข้าไปจ้องพินิจพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนพยักหน