้ายอมรับ “อื้อ… เหมือนจะจริงนะคะ!”
หานหานยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ “ดีล่ะ! งั้นต่อไปนี้ให้เรียกฉันว่า ‘หานหานหัวโต’ ได้เลยนะ!”
ซู่เป่าขานรับเสียงใส “รับทราบค่ะ! พี่หานหานหัวโต!”
“เย่!” หานหานกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
ซูอีเฉิน ซูจิ่นอวี้ และ จี้ฉางต่างพากันกระตุกมุมปาก
เด็ก ๆ ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน
หานหานไม่มีวันรู้เลยว่า เมื่อเติบใหญ่ขึ้นเธอจะรู้สึกเสียใจกับฉายานี้เพียงใด…
เด็กหญิงทั้งสองพูดคุยจ้อกแจ้กพลางจูงมือกันวิ่งกลับบ้านด้วยความเบิกบานใจ
ซูอีเฉินมองตามด้วยสายตาอ่อนโยน นับแต่ซู่เป่าเข้ามา เด็กคนนี้ก็ถูกดึงกลับมาสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นจริง ๆ… ก็นับว่าดี จะได้มีเพื่อนคอยเคียงข้างกัน
เมื่อกลับมายังห้องทำงาน รอยยิ้มบนใบหน้าของซูอีเฉินก็ค่อย ๆ เลือนหายไป แววตากลับมาเย็นชาแฝงกลิ่นอายสังหาร เขากำลังต่อสายโทรศัพท์ สั่งการให้คนคอยดูแลเป็นพิเศษต่อเหวยหว่านภายในเรือนจำ
ทว่าพลันได้ยินเสียงประตูเปิดดัง เอี๊ยด ซู่เป่ายื่นหัวทุย ๆ เข้ามา “ลุงใหญ่คะ กำลังจะทำเรื่องไม่ดีอยู่ใช่ไหม?” เจ้าตัวน้อยเอ่ยถาม
ซูอีเฉินรีบวางสายโทรศัพท์พลางปฏิเสธ “เปล่าครับ”
“ฉันจะไม่รู้จักพี่ชายตัวเองได้ยังไง? ต้องเตรียมเรียกคนมาสั่งสอนเหวยหว่านแน่ ๆ” ซูจิ่นอวี้ทำปากเบะ
แม้เธอจะโกรธแค้นเพียงใด แต่ไม่อยากให้พี่ชายต้องแบกรับมลทินติดตัวเพราะผู้หญิงพรรค์นั้น ซูจิ่นอวี้จึงบอกลูกสาว “ซู่เป่า บอกลุงใหญ่ของหนูว่าอย่าทำเรื่องโ