ากจากกัน พี่น้องคู่นี้ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง แต่ยามนี้ซูจิ่นอวี้กลับรู้สึกจุกในอกจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้อีก
ลำคอของซูอีเฉินราวกับมีก้อนสำลีอุดอยู่ ผ่านไปพักใหญ่เขาก็ยังไร้ซึ่งคำพูด ได้แต่จ้องมองซูจิ่นอวี้อยู่อย่างนั้น น้องสาวที่พวกรักใคร่ทะนุถนอมมาครึ่งชีวิต
บัดนี้กลายเป็นเพียงวิญญาณ… เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวใจของเขายังคงปวดร้าวแสนสาหัส
ซู่เป่าแอบเดินไปประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอค่อย ๆ ปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ ลุงใหญ่กับแม่คงมีเรื่องคุยกันมากมาย หนูเป็นเด็กรู้ความ เวลาแบบนี้ควรทำตัวดี ๆ ไม่เข้าไปรบกวน
เด็กน้อยวิ่งไปหาคุณยายซูด้วยความร่าเริง ตอนนี้คุณยายกำลังฝึกรำดาบใหญ่ หากไม่ได้เห็นกับตา คงไม่มีใครเชื่อว่าหญิงชราตรงหน้าคือคนเดียวกับที่เคยนั่งบนรถเข็นเมื่อไม่นานมานี้!
“เป็นอะไรไปจ๊ะซู่เป่า?” คุณยายซูเห็นหลานสาววิ่งหอบมาหาจึงถามต่อ “ไปทำอะไรมาล่ะ? ถึงทำให้ซู่เป่าของเราเหนื่อยหอบขนาดนี้?”
“หนูยุ่งมากเลยค่ะ!” ซู่เป่าหายใจแรง
ทั้งยุ่งเรื่องโรงเรียนอนุบาล ยุ่งกับการจับผี เพิ่งปลอบพี่หานหานเสร็จ ก็ต้องรีบมาปลอบลุงใหญ่อีก!
ตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วว่า จะเริ่มหาเงินด้วยตัวเอง! เธอต้องรับผิดชอบดูแลคนในครอบครัวทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ลุงใหญ่จะได้ไม่ต้องตรากตรำทำงาน ร่างกายจะได้แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ!
“อ้อใช่ค่ะคุณยาย ลุงใหญ่ทานยาตรงเวลาหรือเปล่าคะ?” เด็กน้อยสอบถามด้วยความห่วงใยราวกับผู้ใหญ่
หญิ