ามนั้นกลั่นมาจากต้นคราม แต่สีสันแก่เข้มยิ่งกว่าต้นคราม*[1]
หานคังผิงผู้นี้เรียนรู้ความสามารถของพ่อได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนด้วยซ้ำ
หานเชียนส่งเสียงเฮอะ รู้สึกพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ตนเองสร้างขึ้นอย่างมาก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจครั้งสุดท้าย โดยไม่เปิดช่องให้ผู้ใดแสดงความคิดเห็น “การเป็นเจ้าของตราประทับศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องของตระกูลหานเรากับสหายน้อยเฝ่ย ใครที่ยังละโมบ ถือว่าไม่เห็นตระกูลหานอยู่ในสายตา!”
หัวหน้าตระกูลจินทนเห็นตระกูลหานเอาตราประทับศักดิ์สิทธิ์ไปไม่ได้ จึงกล่าวว่า “เฝ่ยไป๋ลู่ไร้นิกาย ไม่มีครอบครัว ไม่ได้ร่วมกับสมาพันธ์ แล้วก็หาใช่สมาชิกของสี่ตระกูลใหญ่ รางวัลที่เธอเลือกสมควรส่งกลับไปยังรางวัลรวมของการแข่งขัน”
หานคังผิงอยากจะตบตัวเองหลาย ๆ ฉาด ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ เมื่อครู่เขาคงไม่พูดข้อมูลของเฝ่ยไป๋ลู่มากมายขนาดนั้น
เยี่ยมจริง ๆ เลย โดนผู้เฒ่าจินขโมยซีนไปต่อหน้าต่อตาเสียแล้ว
“หน้าด้านเกินไปแล้ว! ตอนแรกก็พยายามจะระงับเสียงโหวต พอเห็นว่าทำไม่ได้ ก็พูดถึงเรื่องสถานะ ให้เอาคืนไปที่รางวัลรวม…” แม้แต่เหมียวจื่ออั๋งที่เจอผู้คนมากมายล้อเลียนก็ยังอดรังเกียจเขาไม่ได้
เขาทำเช่นนี้ ไม่ต่างกับการกำลังบีบให้เธอเข้าร่วมตระกูลจิน เฝ่ยไป๋ลู่หรี่สายตาอันตรายลง มองไปทางหัวหน้าตระกูลจินผู้ควบคุมทุกอย่าง แล้วเก็บใบหน้านี้เอาไว้ในใจ
“ช่างบังเอิญจริง…” หานเชียนพลันตีหน้าโกรธขึ้ง “ใครบอกว่าสหายน้อยเฝ่ย