ั่ว แถมผมเผ้ายังยุ่งเหยิงจากการทะเลาะกับซูเหอเวิ่น มองเผิน ๆ เหมือนผีไม่มีผิด!
“นั่นไง! ฉันบอกแล้วว่านายโดนผีเข้า!” ซูเหอเวิ่นสบถออกมาพลางกระโดดลงจากโซฟา
ทั้งสองทะเลาะกันต่ออีกพักใหญ่ แม้ปากจะด่าว่าโง่ แต่ความสัมพันธ์กลับดูสนิทสนมกันมากขึ้นกว่าเดิม
ก่อนนอน ซู่เป่านอนคว่ำบนเตียงแล้วยื่นมือไปแหย่เจ้าเต่าใต้เตียง “คุณปู่เต่าคะ ทำไมการเป็นพ่อแม่คนถึงไม่ต้องสอบล่ะ? พี่หานหาน พี่เหอเวิ่น ทุกคนต้องสอบกันหมด แล้วทำไมคนเป็นพ่อแม่ถึงไม่ต้องสอบความพร้อมก่อนบ้าง?”
เด็กน้อยนึกถึงอาสะใภ้รองและพ่อตระกูลหลินที่เห็นชัดว่าสอบไม่ผ่าน พ่อแม่ที่ไร้คุณภาพไม่ควรจะมีลูกได้ตามใจชอบสิ แต่ทำไมความจริงถึงไม่เป็นอย่างนั้น?
เจ้าเต่าโผล่หัวและขาออกมา เพราะไม่มีนกแก้วมาคอยจิกหัวมันแล้ว แต่มันก็ไม่อาจตอบคำถามอันลึกซึ้งนี้ของซู่เป่าได้
หลังเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างผ่านพ้นไป ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานตามปกติ เมื่อส่งเด็ก ๆ ขึ้นรถโรงเรียนแล้ว คุณนายผู้เฒ่าซูก็เริ่มฝึกฝนร่างกายอย่างขันแข็ง หวังว่าจะกลับมาลุกขึ้นยืนได้โดยเร็ว
แต่แปลกช่วงหลายวันมานี้ ยิ่งเธอฝึก ขากลับยิ่งอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
ขณะกำลังพยายามลุกขึ้นยืน ทันใดนั้นร่างกายก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ศีรษะกระแทกเข้ากับขอบอิฐในแปลงดอกไม้
“คุณยาย…!”
ความวุ่นวายโกลาหลเกิดขึ้นทันทีในคฤหาสน์ตระกูลซู ซู่เป่าเพิ่งทราบเรื่องตอนเลิกเรียนว่าคุณยายล้มจนต้องส่งเข้าโรงพยาบาล เธอรีบเดินทางไปหาพร้อม