นี่ย? ไม่ใช่ว่าโดนผีสิงใช่ไหม!?” ซูอิงเอ๋อร์ขยี้ตาซ้ำ ๆ พร้อมพึมพำอย่างงุนงง
คุณนายซูเองก็ประหลาดใจจนพูดไม่ออก หลานชายออกไปข้างนอกกับน้องสาวแค่สองวัน กลับมาเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน เครื่องเกมที่เคยติดหนึบหายไปไหนไม่รู้ แถมยังอาสาดูแลน้องสาวเป็นดิบดี
“เด็กคนนี้… คงไม่ได้ไปเจออะไรที่มันกระทบจิตใจมาหรอกนะ?”
มู่กุยฝานแอบกระตุกยิ้มมุมปาก ‘กระทบจิตใจ’ น่ะเจอแน่ ๆ ครับคุณแม่… แต่เป็นผีน่ะสิ!
ซู่เป่าวิ่งถลาเข้าไปกอดคุณยายของเธอเสียงดังลั่น “คุณยายขา!” จากนั้นเด็กน้อยก็ทำหน้าที่รดน้ำพรมทั่ว เธอวิ่งไปกอดมู่กุยฝาน ต่อด้วยซูอีเฉิน ซูอิงเอ๋อร์ ไม่เว้นแม้แต่ท่านผู้เฒ่าซู ลุง ๆ ทุกคน รวมถึงเจ้าเสี่ยวอู่และคุณปู่เต่าก็โดนลูบหัวไปคนละทีอย่างเท่าเทียม
“กินข้าวกันเถอะลูก!” คุณนายซูยิ้มแก้มปริ รีบยกกุ้งนึ่งกระเทียมของโปรดซู่เป่าออกมาจากตู้อุ่นอาหารทันที
ท่านผู้เฒ่าซูยังคงรักษามาดเคร่งขรึม เขากระแอมเบา ๆ แล้วถามขึ้น “เป็นยังไงบ้างล่ะ ไปสัมผัสประสบการณ์ชีวิตที่เมืองหนานเฉิงมา? อายุแค่นี้… ออกไปแค่สองวันจะไปเห็นอะไรดี ๆ จนเปลี่ยนนิสัยได้เชียวหรือ?”
ท่านผู้เฒ่าปรายตามองซูจื่อซีด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย ยิ่งเห็นหลานชายดึงจานกุ้งนึ่งกระเทียมมาไว้ตรงหน้าตัวเองคนเดียว ท่านก็ยิ่งขมวดคิ้ว
นั่นไง… ยังไงก็ยังเป็นเด็กเอาแต่ใจเหมือนเดิม!
ท่านผู้เฒ่ากำลังจะอ้าปากตำหนิ แต่คำพูดกลับติดอยู่ในลำคอ เมื่อเห็นหลานชายจอมดื้อลง