้วยความตื่นเต้น เธอพลิกซ้ายพลิกขวาตรวจสอบโดยละเอียด “ที่แท้ขันทีของจริงมันเป็นแบบนี้นี่เอง… จิ๊จ๊ะ จิ๊จ๊ะ…”
ปีศาจเจ้าเล่ห์ที่ถูกมัดเป็นบ๊ะจ่างสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธและความอัปยศ เขากรีดร้องเสียงแหลมสูงจนบาดแก้วหู “ไปให้พ้น! ไอ้พวกหน้าด้าน! ไอ้พวกไร้ยางอาย!!”
‘เกิดมานับร้อยปี เขาไม่เคยเจอผีตนไหนคุกคามความเป็นส่วนตัวได้หน้าตาเฉยขนาดนี้มาก่อน!’
ผีขี้ขลาดเห็นภาพนั้นถึงกับหนีบเข่าเข้าหากันโดยอัตโนมัติ… ส่วนซูจื่อซีที่แอบมองอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง
คุณป้าผีครับ! นั่นมันของวิเศษหรืออะไร ทำไมต้องตรวจกันลึกซึ้งขนาดนั้น!
จื่อซีได้แต่คิดในใจว่ายัยป้าคนนั้นคงกำลังหาของวิเศษที่ช่วยให้หายตัวได้อยู่แน่ ๆ
แต่ท่าทางการหามันช่าง… ชวนให้คิดลึกเหลือเกิน
ผีเจ้าชู้สะบัดหน้าใส่ขันทีเฒ่าพลางค้นหาต่อ “วางใจเถอะย่ะ! ฉันไม่สนใจคนไร้จุดเด่นแบบแกหรอก ทั้งขี้เหร่ แถมยังไม่มีไข่อีกต่างหาก ฉันจะไปหลงรักแกตรงไหนมิทราบ!”
ทันใดนั้น ดวงตาของผีเจ้าชู้ก็เป็นประกายเมื่อมือไปสัมผัสกับวัตถุสีดำชิ้นหนึ่งในอ้อมอกของมัน มันเป็นหยกดำทรงกลมดูลึกลับ
“เจอแล้ว!” เธอหยิบหยกดำชิ้นนั้นออกมาแล้วส่งให้ซู่เป่าทันที
ซู่เป่ารับมาพลิกดูด้วยความสงสัยแต่ยังไม่เห็นความพิเศษอะไร จึงเก็บมันเข้ากระเป๋าไปก่อน ตอนนี้ผีเจ้าเล่ห์ตกอยู่ในสภาพสิ้นหวังโดยสิ้นเชิง
“พูดมาได้แล้วค่ะ” ซู่เป่าถามเสียงเข้ม “คุณตายยังไง แล้วรู้จักหนูได้ยังไง?”
“จะฆ่าจะแกงก็เชิญ!