่อลูกมหาภัยนี่มันโจรชัด ๆ!’
สุดท้าย เด็กชายจอมดื้อก็ถูกกดตัวให้นวดจนเสร็จพร้อมกับลูกอมที่ต้องจำใจกลืนลงไป เขานอนนิ่งอยู่บนโซฟาด้วยความเพลีย และอารมณ์ที่บอกไม่ถูก ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
“ซู่เป่า ไปกันเถอะลูก” มู่กุยฝานหิ้วกล่องยาเตรียมกลับ
ก่อนไป ซู่เป่าเดินเข้าไปแตะศีรษะพี่ชายเบามือ “พี่ชายคะ… ถ้าเห็นอะไรแปลก ๆ อีก ให้รีบบอกหนูนะ!”
จื่อซีขี้เกียจต่อต้านแล้ว เขาปล่อยให้ยัยเด็กนี่ลูบหัวเหมือนลูบเจ้าตูบในบ้านไปก่อน
อะไรแปลก ๆ งั้นเหรอ? ในห้องนี้จะมีอะไรกัน…
แต่พอฉุกคิดถึง ‘ภาพเงาสีแดง’ ด้านนอกหน้าต่างขึ้นมาได้ ซูจื่อซีก็พลันชะงักค้างไปทันที…
ก่อนเดินพ้นประตูไป ซู่เป่าทิ้งท้ายด้วยประโยคทำเอาคนฟังเสียวสันหลังวาบ “พี่ชายคะ… หนูเห็นหว่างคิ้วของพี่ดำคล้ำมากเลยนะ…”
ประโยคนี้มันเหมือนกับที่ซู่เป่าพูดในความฝันของเขาเป๊ะ ๆ! ความรู้สึกหนาวเหน็บประหลาดแล่นพล่านจากก้นบึ้งของหัวใจลามไปถึงท้ายทอย เมื่อนึกถึงความฝันสมจริงเกินไปครั้งนั้น จื่อซีก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัว
ซู่เป่ามองปราดเดียวก็รู้ว่าพี่ชายกำลังขวัญเสีย จึงเอ่ยปากชวนอย่างเอาอกเอาใจ “ถ้าพี่กลัว… ไปนอนที่ห้องหนูไหมคะ?”
“ไม่จำเป็น!” จื่อซีรีบดึงมาดเข้มแกล้งแข็งขืนทันที
ใจจริงเขาอยากตะคอกไล่ให้ไปพ้นตามความเคยชิน แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาคมกริบของมู่กุยฝานที่จ้องอยู่ เขาก็จำต้องสงบปากสงบคำลง
“ก็ได้ค่ะ… ถ้ามีอะไรก็เรียกหนูนะ” ซ