ายมานานแล้วนะคะลุงสี่!” ซู่เป่าตอบหน้าตาย
“ซู่เป่า… นรกบ่ออุจจาระที่ยัยนั่นพูดถึง มันมีอยู่จริงไหม?” ซูโล่วนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง จึงหลุดถามเรื่องที่ติดค้างในใจ
“เรื่องนี้ต้องแยกอธิบายนะคะ” ซู่เป่าเริ่มร่ายยาวตามอาจารย์สอน “อาจารย์บอกว่านรกสิบแปดขุมของลัทธิเต๋ามีทั้ง นรกถอนลิ้น, กรรไกร, ต้นไม้หนาม, กระจกบาป, หม้อนึ่ง, เสาทองแดง, ภูเขามีด, ภูเขาน้ำแข็ง, กระทะน้ำมัน, หลุมวัว, หินทับ, ครกตำ, บ่อเลือด, ฉีกตรึง, ภูเขาไฟ, หินบด และเลื่อยมีดค่ะ…”
“ไม่มีนรกบ่ออุจจาระเหรอ?” ซูโล่วขมวดคิ้ว
“ทำไมล่ะคะ… หรือลุงสี่อยากลองไปดูเหรอ?” ซู่เป่ามองหน้าคุณลุงสี่ด้วยสายตาแปลก ๆ
ซูโล่วใบหน้ามืดครึ้มไปแถบหนึ่ง “ก็แค่… ถามดูน่ะ”
“นรกอุจจาระเป็นคำกล่าวในพุทธศาสนาค่ะลุงสี่ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอยู่จริงนะคะ”
ส่วนความจริงเป็นอย่างไรนั้น เด็กน้อยเองก็ยังไม่แน่ใจ
สงสัยเรื่องนี้คงต้องเก็บไว้ไปถามท่านอาจารย์เสียแล้ว!
ภารกิจครั้งนี้ซู่เป่าทำสำเร็จงดงาม แถมยังไร้รอยขีดข่วนแม้แต่ปลายเล็บ เธอรู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้นมาก!
เจ้าตัวน้อยกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างเริงร่าเหมือนนกตัวเล็ก ๆ ระหว่างโต๊ะทำงานแต่ละตัว และยังไม่ลืมว่าต้องช่วยเก็บกวาดเอกสารที่ทำปลิวไว้ให้เรียบร้อย
ถังเถียนเถียนซึ่งแอบมองซ้ายมองขวายังคงรู้สึกหวาดระแวง เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูซู่เป่าครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ลุงเถอะ เดี๋ยวลุงจัดการเอง…”
ซู่เป่าหันไปม