มัวทำอะไรอยู่เหรอ? ห่วงหนูมากขนาดนั้น… อยากลงมาอยู่เป็นเพื่อนหนูข้างล่างนี่ไหมคะ?”
แม่เจี่ยวเจียวกลัวจนน้ำตาไหลพรากแต่ร้องไม่ออก เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอไว้ เจี่ยวเจียวจ้องด้วยสายตาดุดัน ก่อนกรีดร้องใส่หน้าแม่ตัวเอง “ห่วงหนูปลอม ๆ สินะ! ใครอนุญาตให้แม่มารังแกพี่ซูโล่วของหนูแบบนี้! ใครใช้ให้แม่มาก่อเรื่องที่นี่!”
เล็บมือถูกย้อมด้วยสีแดงสดเอื้อมไปขย้ำคอแม่ตัวเอง จนคนเป็นแม่ตาเหลือกค้าง ป้าที่ประคองอยู่เห็นท่าไม่ดีรีบกดจุดใต้จมูกเพื่อช่วยชีวิต…
พอแม่เจี่ยวเจียวลืมตาฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็ต้องขวัญผวาหนักกว่าเดิม เพราะลูกสาวนอนคว่ำหน้าจ้องตาเธออยู่ตรง ๆ ในระยะประชิด!
“แม่…” เจี่ยวเจียวยิ้มแสยะ “ก่อเรื่องมาสองวันก็เพื่อให้หนูฟื้นไม่ใช่เหรอ? แล้วตอนนี้จะกลัวจนเป็นลมไปทำไมล่ะ?”
“ไป… ไปให้พ้น!” แม่เจี่ยวเจียวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายตะโกนไล่
เจี่ยวเจียวหรี่ตาลง น้ำเสียงเย็นยะเยือกลงทันที “ได้สิหนูจะไป… แต่จดหมายลาตายของหนูล่ะ? แม่เอาไปซ่อนไว้ไหน! เก็บไว้ในกระเป๋าไม่ให้ใครเห็นใช่ไหม!” วิญญาณสาวเอื้อมมือไปค้นกระเป๋ากางเกงของแม่จนของสองอย่างร่วงหล่นลงพื้น
อย่างแรกคือกระดาษในซองพลาสติก และอย่างที่สองคือโทรศัพท์มือถือ
แต่โชคร้าย… มันกระแทกพื้นจนไฟล์เสียงลับถูกเปิดขึ้นมาเสียงดังลั่น!
“พี่คะ เจี่ยวเจียวไม่อยู่แล้ว… แกกระโดดตึกไปแล้ว…”
เสียงสะอื้นไห้ในโทรศัพท์ชัดเจนว่าเป็นเสียงแม่เจี่ยวเจียวแน่นอน