วามกล้าให้กำลังใจตัวเอง “เชอร์รี่น้อยสู้ ๆ นะ! เธอทำได้! ฮึบไว้ สู้ ๆ นะตัวฉัน~”
ผีสาวที่ยืนเฝ้าดูอยู่ข้างกายถึงกับเบ้ปาก…
“อ้วก……”
‘ยัยผู้หญิงนี่มันน่ารังเกียจชะมัด!’
เธอสบถในใจอย่างสุดทน แต่ทว่า… ดวงตาซีดขาวกลับหรี่ลงพิจารณาเหยื่อตรงหน้าอย่างละเอียด ยัยคนนี้มีรอยคล้ำหนาใต้ดวงตา บ่งบอกถึงสภาวะจิตใจเสื่อมโทรม แถมดวงวิญญาณยังดูเปราะบางอ่อนแอ ไร้ซึ่งพลังปกป้องตัวเอง
ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็เป็นร่างที่เหมาะกับการสิงอยู่จริงเชียว
แม้ว่าผีสาวตนนี้ เป็นปีศาจร้ายที่ออกแดดได้ แต่ดวงวิญญาณก็ยังเกรงกลัวแสงอาทิตย์อยู่ดี หลังจากยืนตากแดดมาครึ่งควันจนเหนื่อยล้า เธอจึงตัดสินใจพุ่งเข้าสิงร่างของหลินเสวี่ยอิงทันที…
โดยเธอไม่ได้คาดคิดเลยว่า การตัดสินใจครั้งนี้ ทำให้เธอต้องเสียใจไปจนวันตาย!
เมื่อหลินเสวี่ยอิงให้กำลังใจตัวเองเสร็จ เธอก็หิ้วถุงผักพะรุงพะรังกลับถึงโรงแรม ในจังหวะนั้นเธอสวนกับ ผู้จัดการหวังที่กำลังออกจากประตูพอดี
หลินเสวี่ยอิงรีบปั้นหน้าน่าเอ็นดู ทักทายด้วยเสียงอ่อนหวาน “สวัสดีค่ะ คุณผู้จัดการหวัง!”
ผู้จัดการหวังพยักหน้าให้ตามมารยาท ก่อนถามเสียงเรียบ “หลินเสวี่ยอิง ช่วงนี้เธอไปทำอะไรมาบ้าง?”
หลินเสวี่ยอิงชะงักไปครู่หนึ่ง “เปล่านี่คะ ฉันตั้งใจทำงานมาตลอด… อ้อ ผู้จัดการหวังจะเรียกฉันว่า ‘เชอร์รี่น้อย’ ก็ได้นะคะ”
“ไม่จำเป็น” ผู้จัดการหวังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูโดยไม่เงยหน้า
ดวงตาของหลินเสวี