่ยอิงพลันสั่นไหวด้วยความหม่นหมอง เธอฝืนยิ้มอย่างขมขื่น “ฉันเข้าใจค่ะ… ผู้จัดการคงไม่อยาก… ที่แท้ฉันก็คิดไปเองข้างเดียวสินะคะ…”
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะผู้จัดการ ถือว่าฉันไม่ได้พูดอะไรนะคะ!” เธอรีบเอามือปิดปากราวกับหลุดความลับสำคัญออกมา ดวงตาดูหวาดหวั่นราวกับหลบเลี่ยงอย่างมีจริต
“อะไรนะ?” ในขณะที่เขากำลังงุนงง ชายชุดดำสองคนก็เดินตรงดิ่งเข้ามาจากด้านนอก
“หลินเสวี่ยอิงใช่ไหม?” หนึ่งในนั้นเอ่ยถามเสียงแข็ง
“อะ… ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
หรือว่า… ผู้จัดการหวังไม่กล้าแสดงตัวต่อหน้าคนเยอะ ๆ เลยส่งคนมารับเธอไป? เขาคงอยากครอบครองเธอไว้คนเดียว
และทุกคืน… เขาก็จะลงโทษเธออย่างหนักใช่ไหม?
ดวงตาที่เคยดุร้ายของผีสาวพลันเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า เธอถึงกับสำลักไอหมอกสีดำออกมาด้วยความพะอืดพะอม
เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันรู้สึกเหมือนสมองกำลังจะระเบิดกับความคิดยัยนี่!
หลินเสวี่ยอิงจ้องมองผู้จัดการหวังด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว “ผู้จัดการหวังคะ… ต่อให้คุณได้ตัวฉันไป แต่คุณไม่มีวันได้หัวใจของฉันหรอกค่ะ!”
แต่ชายชุดดำกลับไม่เสียเวลาเสวนา คนหนึ่งล็อกแขนเธอไว้ อีกคนกระชากผมเธออย่างแรง ทีแรกพวกเขาจะกดหัวเธอให้เดินไปดี ๆ แต่เพราะทนสายตาเพ้อเจ้อของหลินเสวี่ยอิงไม่ไหว เลยคว้าผมลากไปแทนเสียเลย
ผู้จัดการหวังจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย พร้อมเอ่ยเตือนพนักงานคนอื่น ๆ “เห็นไหม? เรื่องผิดกฎหมายอย่าหาทำเด็ดขาด ทำตัวให้มันปกติกันบ้าง!”
“ไม่จร