วามอิจฉาหลานชาย
ก่อนที่ซู่เป่าจะมา เด็กคนนั้นก็ไม่เคยเห็นผีนี่นา หรือเป็นเพราะเด็กตาสวรรค์ยังปิดไม่สนิท?
*
ทางด้านซูเหอเวิ่น เขานอนพลิกไปพลิกมานอนไม่หลับ ในหัวคิดแต่เรื่องการเก็บแต้มจับผีใส่น้ำเต้าอาคม เพื่อช่วยซู่เป่า
“สมมติให้ x = ผีร้าย, y = วิญญาณอาฆาต, z = ผีตายโหง…” เขาผุดลุกขึ้นเปิดไฟสว่างจ้า คิดจะออกแบบตาข่ายดักผีเพื่อจับวิญญาณประเภท y ทีละร้อยตัวในคราวเดียว!
เด็กหนุ่มชะล่าใจเพราะคิดว่าจี้ฉางวางธงป้องกันไว้แล้ว จึงนั่งเขียนแบบร่างอย่างตั้งใจ ทว่าเหนือหลังคาคฤหาสน์ แมวดำตัวหนึ่งเกิดตกใจอะไรบางอย่างจนขนลุกชัน มันกระโดดหนีขึ้นไปบนหลังคาตึกหลักและเริ่มตะลุมบอนกับอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น หางของมันปัดเอาธงดักวิญญาณที่จี้ฉางวางไว้จนร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง!
ในห้องเงียบสงัด ซูเหอเวิ่นกำลังขะมักเขม้นเขียนหนังสือ ลมเย็นวาบหนึ่งพัดผ่านต้นคอ ราวกับมีใครบางคนโน้มตัวเข้ามาใกล้ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนในกระจกตู้หนังสือ เขาก็ต้องช็อกจนตัวแข็งทื่อ…
บนไหล่ของเขามีผีผู้หญิงในชุดสีแดงสดเกาะนิ่งอยู่ ดวงตาเธอมองจ้องมายังเขา!
“อ๊ากกกกกกกกกก——!!!”
เสียงกรีดร้องลั่นระเบียบแหวกความเงียบของราตรี ซูเหอเวิ่นวิ่งเตลิดออกจากห้องหวังไปหาซู่เป่า แต่พอเปิดประตูออกไป เขาก็ต้องชะงักกึก…
บนระเบียงทางเดินชั้นสองตอนนี้มีร่างทะมึนยืนเบียดเสียดกันเต็มไปหมด อย่างน้อยก็ยี่สิบถึงสามสิบตน!
เมื่อได้ยินเสียงป