ลับเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เจ้าห้า เจ้าเล็ก ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปห้ามถามอะไรทั้งสิ้น วันนี้ไม่ว่าจะเห็นอะไร ให้เก็บไว้ในใจตัวเองเท่านั้น เข้าใจไหม?”
“ครับ” ซูอี้เชินพยักหน้า
ส่วนซูอิงเอ๋อร์ได้แต่เบะปากพลางคิดในใจว่าจะได้เห็นอะไรกันเชียว ในห้องนี้ก็มีแค่พวกเขานั่งแออัดกันอยู่ไม่กี่คน จะมีผีโผล่ออกมาให้เห็นจริง ๆ รึไง…
แต่แล้วซูอิงเอ๋อร์ ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินซูอีเฉินถามขึ้นว่า “ซู่เป่า… คุณแม่ของหนูอยู่ที่นี่ใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ! คุณแม่อยู่นี่ค่ะ!” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
“คุณแม่คะ เร็วเข้า ทักทายคุณลุงใหญ่สิคะ” เด็กน้อยโผเข้ากอดซูจิ่นอวี้พลางเร่งเร้า
ซูจิ่นอวี้รู้สึกจนปัญญาเพราะเธอจำอะไรไม่ได้เลย หลังจากก้าวเท้าเข้ามาในตระกูลซูวันนี้ ความรู้สึกคุ้นเคยก็ทำให้เธอร้อนใจ อยากจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดให้กระจ่าง
เจ้าตัวเล็กทำตัวเป็นผู้ใหญ่ตัวจิ๋ว คอยสอนคุณแม่ที่ความจำเสื่อมให้จำคนในครอบครัวได้
“นี่คือคุณลุงใหญ่ คุณแม่ต้องเรียกว่าพี่ใหญ่ค่ะ~ ส่วนนี่คือคุณลุงเล็ก คุณแม่ต้องเรียกว่าพี่เล็ก! และนี่คือคุณลุงคนที่ห้า คุณแม่…”
ซูอิงเอ๋อร์มองภาพตรงหน้าพลางขมวดคิ้ว สงสัยว่าพี่ชายคนโตของเธออาจจะมีปัญหาทางสมองไปแล้วจริง ๆ ถึงได้มานั่งเล่นขายของกับเด็กน้อยเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้
แต่ว่าทันใดนั้น กลับมีเสียงที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกประหลาดดังขึ้นกลางห้อง “เอ่อ… ฉันรู้แล้ว ต้องเรียกว่าพี่ห้าใช่ไหม?”