กเรากลับมาเยี่ยมแล้วค่ะ!” เด็กน้อยโถมตัวเข้ากอดคุณยายด้วยความรัก
จังหวะนั้นเอง ซูจิ่นอวี้ที่ถูกจูงมืออยู่ก็ถูกดึงเข้าไปสู่อ้อมกอดของคุณนายซูเฒ่าด้วยเช่นกัน…
เมื่อคุณนายซูเฒ่ายื่นมือมาโอบกอดซู่เป่า ซูจิ่นอวี้กลับรู้สึกอบอุ่นประหนึ่งว่าตนเองกำลังถูกมารดาโอบกอดไว้จริง ๆ
“เด็กดี กลับมาแล้วหรือลูก!” ความโดดเดี่ยวบนใบหน้าของหญิงชราจางหายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน
ซูจิ่นอวี้ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจมูกของเธอถึงเริ่มแสบและมีน้ำตาไหลออกมา
“แปลกจัง… ทำไมฉันถึงต้องร้องไห้ด้วยนะ…” เธอรีบปาดน้ำตาออก ทว่าน้ำตานั้นกลับเปล่งประกายสีทองวาววับ
โดยปกติแล้ว น้ำตาหรือเลือดของดวงวิญญาณย่อมเป็นพลังงานด้านมืดอันตราย แต่สำหรับซูจิ่นอวี้ น้ำตาที่หยดลงมากลับกลายเป็นพลังแห่งบุญบารมี และโชคลาภอันบริสุทธิ์
ซู่เป่านึกถึงคำสอนของอาจารย์ว่าเมื่อพบคุณแม่แล้วต้องส่งท่านไปเกิดใหม่ แม้ใจหายอยู่บ้าง แต่พอนึกว่าคุณแม่มีพลังโชคลาภติดตัวไปขนาดนี้ ภพหน้าย่อมต้องเป็นคนมีวาสนาแน่นอน
อาจจะเป็น “เด็กน้อยผู้มีบุญ” อีกคนหนึ่งด้วยซ้ำ!
ซู่เป่ากลับมาร่าเริงอีกครั้งก่อนทักขึ้น “คุณยายคะ หนูหิวแล้วค่ะ! คุณแม่ก็หิวเหมือนกัน!”
คุณนายซูเฒ่าชะงักไปเมื่อได้ยินซู่เป่าพูดถึงแม่ เธอคิดว่าหลานสาวคงคิดถึงแม่มากจนจินตนาการไปเอง จึงลูบหัวน้อย ๆ อย่างปลอบประโลม “ได้จ้ะ งั้นซู่เป่ากับคุณแม่ไปทานข้าวกันนะ ดีไหมลูก?”
ซู่เป่าส่งเสียงร้องดีใจพร้อมกับจูง