มือซูจิ่นอวี้วิ่งนำไป แต่พอวิ่งไปได้สองก้าวก็ฉุกคิดได้ว่ายังมีพี่สาวที่เพิ่งสาบานเป็นพี่น้องกันมาด้วย เธอจึงหันกลับไปจูงมือซูเสี่ยวอวี้เข้าบ้าน
ซูเสี่ยวอวี้ที่เพิ่งเคยเห็นคฤหาสน์ตระกูลซูใกล้ ๆ ถึงกับอึ้งในความโอ่อ่าหรูหราประหนึ่งพระราชวัง “เอ่อ… คือฉันส่งคนเสร็จแล้ว ขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะ…”
“พี่สาว ทานข้าวด้วยกันก่อนสิคะ!” ซู่เป่าไม่ยอมปล่อยมือ ก็พี่สาวเป็นคนพาส่งคุณแม่กลับมานี่นา มื้อนี้ต้องทานด้วยกันสิ!
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ไม่เป็นไรจริง ๆ…” ซูเสี่ยวอวี้พยายามปฏิเสธ
ทันใดนั้น นกแก้วสีเขียวสดตัวหนึ่งก็บินถลาออกมาพร้อมกระพือปีกส่งเสียงแจ้ว “ใครไม่ขยันกินข้าว สมองต้องมีปัญหา! จิตวิญญาณนักกินจงเจริญ! คนกินข้าวคือคนเหนือคน~”
“ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว ทานข้าวเสร็จค่อยให้คนขับรถไปส่งคุณที่บ้านเถอะครับ” มู่กุยฝานเอ่ยเสริม
คุณนายซูเฒ่ามองไปที่มู่กุยฝานด้วยความสงสัย “แล้วแม่หนูคนนี้คือใครกันล่ะ?”
ซู่เป่ารีบแนะนำ “คุณยายคะ นี่คือพี่สาวคนที่พาคุณแม่กลับมาค่ะ! เป็นพี่สาวที่เพิ่งผูกมิตรกับซู่เป่าเอง” เธอหันไปกวักมือเรียกซูเสี่ยวอวี้ “พี่สาวมานี่เร็วค่ะ เรียกคุณยายสิคะ!”
เมื่อเห็นซูอีเฉินเดินออกมา ซู่เป่าก็แนะนำต่อ “นี่คือคุณลุงใหญ่ค่ะ พี่สาวเรียกคุณลุงสิคะ!”
ซูเสี่ยวอวี้มุมปากกระตุกรัว
ไม่จำเป็นเลย… ไม่จำเป็นต้องเรียกขนาดนั้นก็ได้!
มู่กุยฝานเข้าไปช่วยเข็นรถเข็นคุณนายซูเฒ่าเข้าบ้านอย่างเป็นธรรมชาติ พลางบอก