าศไว้
“ฉันชื่อซู่เป่านะจ๊ะ!” ซู่เป่ารีบแก้ไขทันควัน
“แฮะ ๆ หนูเผลอนึกว่าชื่อพี่ใหญ่จริง ๆ เสียอีกค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยยิ้มแห้ง ๆ อย่างขัดเขิน
ในจังหวะนั้นเอง เด็กชายคนหนึ่งที่นั่งเท้าคางทำท่าทางกร่าง ๆ ก็โพล่งยิ้มกว้างออกมา พลางร้องล้อเลียน “โอ้โห! ยัยท้องโต! ยัยท้องโต! กินเก่งขนาดนี้ท้องต้องโตแน่ ๆ เลยยย~”
ซู่เป่าขมวดคิ้วมุ่นทันที ประโยคนี้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอวางช้อนลงแล้วเอ่ย “การเรียกคนอื่นว่ายัยท้องโตมันไม่สุภาพเลยนะ หวังว่านายจะไม่พูดแบบนี้อีก”
“ท้องโต ท้องโต๊ ท้องโต! กินเท่าไหร่ก็ไม่เหลือ ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง ฮ่า ๆ ๆ~” แต่ยิ่งเห็นซู่เป่าตอบโต้ เด็กชายคนนั้นก็ยิ่งได้ใจ หัวเราะคิกคักแล้วล้อซ้ำไปมา
เด็กคนอื่น ๆ ที่ยังไม่ประสีประสา เห็นเพื่อนทำตัวตลกก็พลอยหัวเราะร่าตามไปด้วย
ซู่เป่าวางชามเล็กลงบนโต๊ะเสียงดัง ปึก
“ถ้าเธอยังไม่หยุด ฉันจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ!”
ในจังหวะนั้นเอง ครูสาวที่มาสายเมื่อสักครู่ก็เดินตรงเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้นจ๊ะเด็ก ๆ ?” เธอเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กชายตัวน้อยเบา ๆ ก่อนหันมายิ้มหวานให้ซู่เป่า
พอนึกถึงคำกำชับของผู้อำนวยการและครูประจำชั้นที่ว่าให้ดูแลเด็กคนนี้เป็นพิเศษ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ยิ่งกว้างขึ้นจนดูจงใจเกินไปหน่อย
“ซู่เป่าจ๊ะ ทำไมทำหน้าบึ้งแบบนั้นล่ะ?” เสียงของครูสาวนุ่มนวลชวนฝัน
ซู่เป่าเงยหน้ามอง… แต่แทนที่จะมองหน้าครู เธอกลับจ้องเขม็งไปที่ย