อดศีรษะของคุณครู ด้วยความประหลาดใจ เธอหันไปหาจี้ฉางแล้วขยับปากถามแบบไม่มีเสียงว่า ‘อาจารย์คะ…นั่นมัน…’
“อืม… แปลกจริง ผีเจ้าชู้งั้นเหรอ?” จี้ฉางขมวดคิ้ว
บนหัวของคุณครูสาว มีวิญญาณผู้หญิงนางหนึ่งนั่งสถิตอยู่ ดวงตาของวิญญาณตนนั้นเปล่งแสงสีเขียววาวโรจน์
จี้ฉางรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล โดยปกติแล้ว “ผีเจ้าชู้” มักจะเป็นวิญญาณชายเสียส่วนใหญ่ ส่วนวิญญาณหญิงที่มีพฤติกรรมทำนองนี้มักถูกเรียกว่า “ผีราคะ” ซึ่งทั้งสองประเภทมีความต่างกันชัดเจน…
ผีเจ้าชู้จะเน้น “หลงใจ” ส่วนผีราคะจะเน้น “หลงกาย”
แต่ผีผู้หญิงตนนี้กลับเป็น ‘ผีเจ้าชู้’ ที่เน้นการหลงใจ อยากให้ผู้ชายหลายคนมาหลงรักตน ไม่ใช่ผีราคะที่หลงใหลทางกาย… นั่นยิ่งทำให้เรื่องนี้ผิดปกติยิ่งนัก
“ซู่เป่า เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยคุยกัน จัดการเรื่องตรงหน้าก่อนเถอะ” จี้ฉางสะบัดมือเบา ๆ
ซู่เป่าพยักหน้า ก่อนจะฟ้องคุณครู “คุณครูคะ เขาเรียกหนูว่ายัยท้องโต หนูไม่ชอบเลย หนูบอกให้เขาหยุดแล้วแต่เขาก็ยังล้อไม่เลิกค่ะ”
เด็กชายตัวน้อยรีบทำหน้าทะเล้นใส่ทันที
“อ๋อ… เรื่องแค่นี้เอง! ไม่เป็นไรนะจ๊ะ พวกเราทุกคนเป็นเพื่อนรักกันทั้งนั้น หยางหยางจ๊ะ ขอโทษซู่เป่าหน่อยเร็ว แล้วซู่เป่าก็บอกว่าไม่เป็นไรนะ แล้วก็จับมือคืนดีกัน โอเคไหมคะเด็ก ๆ ?” คุณครูสาวหัวเราะร่าพลางเอ่ย
เธอยิ้มกว้างพยายามปัดกวาดปัญหาให้พ้นตัว น้ำเสียงที่ใช้แหลมสูง ดูน่ารักเกินจริงคล้ายพิธีกรรายการเด็ก หยางห