ลับถึงบ้าน เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากทนายความตามคาด แจ้งว่าอีกฝ่ายส่งคำฟ้องหย่ามาแล้ว และต้องการนัดเจรจาเรื่องแบ่งทรัพย์สินทันที
“ไม่มีอะไรต้องเจรจาค่ะ” ซินจื่อเหมิงเอ่ยพลางมองกระจก เดิมทีเธอจะล้างหน้า แต่กลับเปลี่ยนใจหยิบลิปสติกสีแดงสดขึ้นมาทา จนดูโฉบเฉี่ยวมั่นใจ
ทนายฝ่ายตรงข้ามเอ่ยเสียงเข้ม “คุณซินครับ ผมได้รับข้อมูลจากสามีของคุณเกี่ยวกับรายได้ทั้งหมดของคุณระหว่างแต่งงาน ผมต้องเตือนคุณนะว่า ถึงคุณจะเป็นคนหาเงินทั้งหมด แต่สามีคุณมีสิทธิ์แบ่งคนละครึ่ง รวมถึงวิลล่าที่คุณเพิ่งซื้อด้วย”
ซินจื่อเหมิงยกยิ้มมุมปากสีแดงสด เอ่ยช้าๆ ด้วยความใจเย็นว่า…
“แหม… สามีแสนดีของฉันคงไม่ได้บอกคุณสินะคะว่าบัญชีที่ใช้รับค่าต้นฉบับทั้งหมดของฉัน… เป็นชื่อของคุณแม่ฉันเอง”
“เราแต่งงานกันมาตั้งหลายปี ใครบอกคุณคะว่าฉันเป็นคนหาเงินเลี้ยงคนในบ้านทั้งหมด?” ซินจื่อเหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว จะไปมีความสามารถอะไรขนาดนั้น เงินพวกนั้นน่ะ พ่อแม่ฉันเป็นคนให้มาทั้งนั้นแหละค่ะ”
“และตามกฎหมาย… ของที่พ่อแม่ให้โดยเสน่หา ไม่นับเป็นทรัพย์สินร่วมนะคะ!”
“ในเมื่อเขาอยากหย่านัก ก็ได้ค่ะ ฉันจะไปเซ็นใบหย่าให้เดี๋ยวนี้แหละ”
เมื่อพูดจบ ซินจื่อเหมิงก็กระแทกสายวางทันทีดัง ปั๊ก!
อีกด้านหนึ่ง…
สามีของซินจื่อเหมิงซึ่งนั่งฟังลำโพงอยู่ ถึงกับอึ้งกิมกี่หน้าถอดสีทันที
แม่สามีที่นั่งลุ้นอยู่ข้าง ๆ รีบถามอย่างร้อนรน