ชัดว่า
ไม่เชื่อหรอก!
ในจังหวะนั้นเอง ซู่เป่าก็เดินลงมาพอดี เมื่อท่านผู้เฒ่าซูเห็นเจ้าก้อนกลมที่กลับมาวิ่งเล่นร่าเริงได้อีกครั้ง ก้อนหินหนักอึ้งที่ทับอยู่ในใจก็มลายหายไปจนสิ้น
“มานี่มาซู่เป่า มาทานข้าวลูก” คุณตาของซู่เป่าเอ่ยเสียงอ่อนลงทันที พลางคีบขาหมูชิ้นโตใส่ชามให้หลานสาว
“แค่ก…” ซูอีเฉินเห็นดังนั้นก็รีบยกมือขึ้นป้องปาก
“แค่ก ๆ ๆ ๆ!” หานหานกับซูเหอเวิ่นประสานเสียงตามมาติด ๆ
หลังทานข้าวเสร็จ ซู่เป่าลูบท้องกลมป่องของตัวเอง พร้อมทิ้งตัวลงนอนแหมะบนโซฟาอย่างขี้เกียจ ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงสิ่งที่พ่อบอกว่า ‘กินไอศกรีมก้อนใหญ่ ๆ แล้วจะหายเศร้า’ ขึ้นมาได้
เจ้าตัวน้อยดีดตัวลุกขึ้นทันที เธอคลานเข้าไปใกล้มู่กุยฝานแล้วกระซิบเสียงเบาหวิว “คุณพ่อคะ… พรุ่งนี้เราไปกินไอศกรีมก้อนใหญ่ ๆ กันได้ไหมคะ?”
มู่กุยฝานปรายตามองลูกสาวแวบหนึ่ง ก่อนกระซิบตอบเสียงเบาไม่แพ้กัน “ได้… แต่ห้ามบอกคุณยายเด็ดขาดนะ”
ทว่าคุณยายซูที่ถือจานผลไม้เดินเข้ามาพอดีหรี่ตามองอย่างจับผิด “พวกเธอสองคนแอบวางแผนร้ายอะไรกันอีกน่ะ?”
ซู่เป่าเห็นผลไม้ในมือคุณยายก็ตาโต
ผลไม้เหรอ?! เธอรีบใส่เกียร์หมาวิ่งหนีทันที!
“คุณยายคะ หนูอิ่มแล้ว อิ่มจนจะระเบิดแล้วค่ะ! ถ้ากินเข้าไปอีกนิด อาหารต้องพุ่งทะลุก้นหนูออกมาแน่ ๆ เลย!”
พูดจบ เด็กน้อยก็จ้ำอ้าวหายวับไป ทิ้งให้คุณยายซูยืนอึ้งกับคำพูดแก่แดดนั่น
มู่กุยฝานพยายามทำหน้านิ่งมองตรงไปข้างหน้าไม่เหลียวซ้าย