อยกำยันต์สามเหลี่ยมที่ห้อยอยู่บนหน้าอกไว้แน่นจนเหงื่อซึม
เขาสะกดจิตตัวเองว่าอาจเพราะฝันร้ายนั่น ที่ทำให้เขาขวัญอ่อนไปเอง บางทีเขาอาจลืมปิดประตูให้สนิทก่อนนอนก็ได้…
แม้ลึก ๆ จะรู้ดีว่าเขามีนิสัยเจ้าระเบียบที่ต้องเช็กประตูทุกบานก่อนนอนเป็นประจำก็ตาม
ซูเหอเวิ่นล้มตัวลงนอนบนเตียงโดยไม่กล้าปิดไฟ เขาพลิกตัวไปมาอย่างกระวนกระวาย จนไม่อาจข่มตาหลับ ภาพฝันที่คนแปลกหน้าล่องลอยเข้ามาหยุดยืนข้างเตียงยังคงตามหลอกหลอน ยิ่งคิดก็ยิ่งทวีความน่ากลัว
เขาเริ่มลังเล… หรือจะไปนอนกับซู่เป่าดี?
จะให้ปูนอนบนพื้นเขาก็ยอม หรือจะไปหาพี่ชายดีนะ?
การไปเบียดนอนห้องเดียวกันคงไม่ถือว่าน่าอายนักหรอกในสถานการณ์แบบนี้
แต่พอนึกถึงเงาตรงมุมทางเดินนั้น เขาก็สั่นไปทั้งตัว ถ้า ‘สิ่งนั้น’ ยังซ่อนตัวอยู่ตรงมุมมืด เพื่อรอจังหวะเผชิญหน้ากับเขาโดยตรงล่ะ?
เหลืออีกทาง… คือไปหาพ่อ!
ห้องของเขากับห้องพ่อมีเพียงห้องหนังสือกั้นไว้เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเดินผ่านทางเดินหลัก ซูเหอเวิ่นรวบรวมความกล้าลุกขึ้นนั่ง ทว่าขณะที่เท้ากำลังจะแตะพื้น เขาก็เหลือบไปเห็นเงาพาดผ่านมาจากใต้เตียง
เขารีบชักเท้ากลับมาไว้บนเตียงทันควัน!
โอ๊ย! ทำไมมองไปทางไหนก็น่ากลัวไปหมดแบบนี้!
มือที่สั่นเทาคลำสะเปะสะปะไปทั่วจนเจอโทรศัพท์มือถือ เพื่อเตรียมกดสายหาพ่อ ทันใดนั้นเอง…
กร๊อบ
เสียงไม้เสียดสีกันแผ่วเบาดังมาจากทางตู้เสื้อผ้า
บานประตูตู้ค่อย ๆ แง้มเปิดออกเป็นช่องแคบ ซู