นไปส่งวิญญาณผีหัวขาดตนนั้นให้พุ่งพรวดเข้าไปสิงร่างของสาวใช้เข้าพอดี!
*
เมื่อมู่กุยฝานพาซู่เป่ากลับเข้าบ้าน บทสนทนาเรื่องสอบสวนที่ถูกขัดจังหวะก็ไม่ได้ดำเนินต่อ
คุณนายผู้เฒ่าซูเอ่ยถามหลานสาว “ซู่เป่า หิวไหมลูก? ยายจะ…” เธอกำลังจะบอกว่าจะลงมือทำของอร่อยให้หลานกิน แต่พลันเปลี่ยนความคิดกะทันหัน แล้วปรายตาไปทางลูกเขย “ยายจะให้พ่อของหลานเป็นคนทำอาหารให้กินวันนี้!”
คุณพ่อที่ดีน่ะ ต้องมีฝีมือทำอาหารเลิศล้ำ มิเช่นนั้นจะเลี้ยงลูกสาวให้ขาวอวบสมบูรณ์ได้อย่างไร?
สำหรับตระกูลซู การออกไปกินข้าวนอกบ้านนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ ส่วนการจ้างแม่บ้านก็ไว้วางใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ หากคนทำขี้เกียจหรือโกงวัตถุดิบ ซู่เป่าของเธอก็จะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน
ดังนั้น… หน้าที่นี้จึงตกเป็นของมู่กุยฝาน
“แน่ใจนะครับ?” มู่กุยฝานขมวดคิ้วเล็กน้อย
มือสองข้างของเขาน่ะ… ปกติเคยใช้แต่จับมีดสั้นปลิดชีพคนเท่านั้นนะ
ทว่าเมื่อหันไปมองคนตระกูลซูที่เหลือ ทุกคนกลับพยักหน้าพร้อมกันพร้อมเพรียงราวกับนัดกันมา
“คุณพ่อสู้ ๆ นะคะ! สู้ตาย!” ซู่เป่าชูมือน้อย ๆ ขึ้นให้กำลังใจ
“ก็ได้” มู่กุยฝานเห็นท่าทางน่ารักของลูกสาวก็ใจอ่อนยวบ เขายกยิ้มมุมปาก
ในเมื่อลูกสาวบอกว่าเขาทำได้ เขาก็ต้องทำได้สิ! แค่ทำอาหารเอง เตรียมของ โยนลงหม้อ ต้มให้สุก แล้วก็ตักใส่จาน มันจะไปยากกว่าการวางแผนลอบสังหารตรงไหนกัน?
เขาปลดกระดุมคอเสื้อออกหนึ่งเม็ดเพื่อความคล่องตัว ซูอีเ