ายตา ทุกคนก็ต้องช็อก! เพราะบนหน้าผากของเด็กน้อยมีรอยสีแดงฉานขนาดใหญ่ป้ายอยู่ มองเผิน ๆ ดูเหมือนเธอหัวแตกเลือดอาบโชกไปทั้งหน้า
“ซู่เป่าลูก!” คุณนายผู้เฒ่าซูร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
“น้องสาว! หน้าผากไปโดนอะไรมา? หัวแตกเหรอ? เจ็บมากไหม?!” ซูเหอเวิ่นถลาเข้าไปหาทันที
ซูอี้เชินรีบสั่งให้ซูจื่อหลินไปหยิบกล่องยา ส่วนตัวเขาก็รีบเข้าไปพยุงร่างเล็กมาตรวจดูอย่างละเอียด ซูอิงเอ๋อร์ เบิกตากว้างด้วยความโมโห แม้แต่ซูโล่วยังเลิกเก๊กท่าฉลาดแล้วขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวล
ท่านผู้เฒ่าซูทั้งโกรธทั้งห่วง เขาปั้นหน้าขรึมแล้วตวาดใส่ลูกชายคนโตทันที “นี่น่ะเหรอที่แกบอกว่าหลานจะไม่เจ็บแม้แต่เส้นขน!? ดูสิว่าหัวหลานปูดเป็นมะนาวขนาดไหนแล้ว!”
ซูอีเฉินถูกรุมจ้องด้วยสายตาพิฆาตจากคนทั้งบ้าน เขาแผ่รังสีอำมหิตออกมาทันที ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังมู่กุยฝานที่เพิ่งเดินพ้นประตูเข้ามา
ร่างสูงใหญ่ของมู่กุยฝานเกือบชนเข้ากับกรอบประตูอีกรอบ เขายืนตระหง่านจนแทบจะบังแสงแดดที่ลอดผ่านประตูเข้ามาทั้งหมด ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาเจ็ดแปดคู่กำลังจ้องเขม็งมาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
คุณผู้เฒ่าซูซึ่งเขาเคยพบมาก่อน ตอนนี้กำลังปั้นหน้ายักษ์ใส่เขา ส่วนซูอีเฉินก็จ้องเขาด้วยสายตาเย็นชาปานน้ำแข็ง นอกจากนี้ยังมีชายผิวเข้มอีกคนที่ดูอารมณ์ร้ายสุด ๆ ทำท่าเหมือนพร้อมจะพุ่งเข้ามาชกหน้าเขาได้ทุกเมื่อ…
แม้กระทั่งนกแก้วข้างตัวซู่เป่า