ยสิ ว่าหัวไปโดนอะไรกระแทกมา?” เขาถามหลานสาวเสียงนุ่ม
ซู่เป่าเล่าฉอด ๆ ด้วยความกระตือรือร้น “คุณพ่อพาซู่เป่าไปกราบไหว้คุณทวดกับคุณปู่คุณย่าค่ะ ซู่เป่าเลยอยากทำตาม คุณพ่อก้มกราบให้ท่าสวย ๆ แต่หนูคงจะก้มแรงไปหน่อย หัวเลยโขกพื้นดังโครมเลยค่ะ!”
“เห็นไหม… ไม่ใช่ความผิดของผมสักหน่อย” มู่กุยฝานเลิกคิ้วมองซูอีเฉิน
คุณนายผู้เฒ่าซูปรายตามองเขาอย่างระแวงลึก ๆ ในใจเธอรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยบางอย่าง…
ชายคนนี้ที่พรากลูกสาวเธอไป ตอนนี้ยังจะมาพรากหลานสาวเธอไปอีกเหรอ!?
ดูแล้วก็สมกับที่สามีเคยว่าไว้จริง ๆ เป็น ‘หัวหน้าแก๊งอาชญากร’ ชัด ๆ…
ซูอี้เชินแสร้งยิ้มบาง ๆ แล้วถามหลานสาวต่อ “แล้วเมื่อคืนพ่อเขาพาซู่เป่าไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างเหรอครับ ถึงได้กลับมาป่านนี้?”
“ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยค่ะ! คุณพ่อพาไปไหว้บรรพบุรุษ…” ซู่เป่านิ่งคิดทบทวนความจำอย่างจริงจัง ก่อนตอบว่า
ซูเหอเวิ่นขมวดคิ้ว ไม่เชื่อหรอกว่าแค่ไหว้พระไหว้เจ้าจะใช้เวลานานข้ามคืนขนาดนั้น “แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”
“อ๋อ… หลังจากนั้น คุณพ่อก็สอนวิธีฟาดหัวศัตรูให้ซู่เป่าค่ะ!” ซู่เป่าตอบทันควัน
ความเงียบงันปกคลุมคฤหาสน์ไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ปฏิกิริยาของแต่ละคนจะระเบิดออกมา
มู่กุยฝานเพิ่งนึกออกเสียได้
เขาดันเผลอสอนความรู้ต้องห้ามไปเสียแล้ว…