น… ซู่เป่าก็เป็นอุบัติเหตุเหมือนกันใช่ไหมคะ?” ซู่เป่าทำหน้าอึ้ง
“เอ่อ… คือว่า…” เทพสงครามผู้เกรียงไกรถึงกับไปไม่เป็น
“แล้วพ่อไม่ได้ชอบแม่เหรอคะ?”
“แค่ก! แค่ก!” มู่กุยฝานไอตัวโยน หน้าเริ่มแดงลามไปถึงหู
“อ้าว… แล้วถ้าไม่ชอบกัน ทำไมพ่อยังต้องมีอุบัติเหตุกับแม่ด้วยล่ะคะ?”
“ซู่เป่า… อยากกินไอศกรีมไหมลูก?” มู่กุยฝานรีบตัดบทก่อนที่เขาจะถูกต้อนจนจนมุมโดยเด็กน้อยไปมากกว่านี้
“กินค่ะ!” ดวงตาของซู่เป่าลุกวาวเป็นประกายทันที
พ่อลูกคู่นี้เดินคุยกันต่อไปเรื่อย ๆ ทิ้งให้บรรยากาศเบื้องหลังเหลือเพียงความเงียบ ภายใต้ต้นหอมหมื่นลี้ ผีผู้หญิงกอดศีรษะตนเองไว้แน่น ดวงตาคู่นั้นจ้องมองตามมาฉายแววอาฆาตแค้นเล็กน้อย เธอล่องลอยตามหลังมู่กุยฝานไปโดยเว้นระยะห่างไว้ตลอดเวลา
“เอ่อ… อะ…” เสียงแผ่วพร่าสั้น ๆ ดังออกมาจากลำคอ ฟังดูน่าสยดสยองคล้ายกับเสียงของคนที่ถูกปาดคอจนไม่อาจเปล่งวาจาได้ออกมาเป็นคำ
*
ทางด้านคฤหาสน์ตระกูลซู ซูอีเฉินวุ่นวายกับงาน จนกระทั่งเที่ยงวันถัดมา ถึงได้มีโอกาสกลับบ้าน แต่เขากลับต้องพบกับความว่างเปล่า…
มู่กุยฝานยังไม่ส่งซู่เป่ากลับมา!
คุณนายซูบังคับรถเข็นไฟฟ้าแล่นออกมาจากในบ้านด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด “ซู่เป่าอยู่ไหน!? โตป่านนี้แล้ว พาหลานออกไปแท้ ๆ กลับทำหายได้อีก!”
“คุณแม่ครับ ซู่เป่าไม่ได้หาย… แต่เธอถูกคุณพ่อของเธอพาไปครับ” ซูอีเฉินเม้มริมฝีปากแน่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความหนักใจ
หญิงชร