้านตระกูลมู่…มีสีหน้าภาคภูมิใจ ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข “คุณชายใหญ่ เชิญด้านในเลยครับ ผมช่วยถือของให้คุณ…”
กลุ่มคนเหล่านั้นไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว พากันเรียกเขาว่า หลาน พี่ชาย คุณชายใหญ่ ไม่หยุดราวกับว่าพวกเขาถือว่าชายหนุ่มเป็นเสาหลักของตระกูลไปแล้ว
มู่กุยฝานยิ้มอย่างเย็นชา เขากวาดตามองด้วยความเยือกเย็น ทำให้พ่อบ้านจางแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่กล้าขยับ มือของพ่อบ้านจางซึ่งกำลังจะเอื้อมไปหยิบของค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เหงื่อเย็นไหลลงมาไม่หยุด
เกิดอะไรขึ้น… ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าคุณชายใหญ่อยากจะฆ่าเขากันแน่?
“รีบอะไร” มู่กุยฝานมองไปรอบ ๆ “คุยกันก่อน… เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?”
แม้เสียงของเขาไพเราะ กลับแฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่เจือกลิ่นอายของการฆ่าฟัน
คุณปู่มู่และคุณนายผู้เฒ่ามู่ตื่นเต้นจนเกินกว่าจะสังเกตประโยคของมู่กุยฝานพูดตอนที่เพิ่งมาถึง…
เรื่องลูกสาวของเขา พวกเขาไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย
ท้ายสุดแล้ว ผู้นำทุกคนต่างบอกว่ามู่กุยฝานยังไม่ได้แต่งงานหรือมีลูก ในจิตใต้สำนึก พวกเขาจึงไม่ได้คิดไปในทางนั้นเลย
คุณปู่มู่เหลือบมองซู่เป่าอย่างไม่ใส่ใจ แล้วโบกมือพูดว่า “เฮ้อ… เป็นแค่คนไม่สำคัญเท่านั้นแหละ! ปู่รู้ว่าหลานอยากสั่งสอนพวกเขาแทนปู่กับย่าใช่ไหม? เลิกเถอะ เธอเพิ่งกลับมาเอง…”
คุณนายผู้เฒ่ามู่กำลังเช็ดน้ำตาพลางพูดเสริม “ใช่แล้ว อย่าไปสนใจพวกเขาเลย เป็นแค่เด็กที่ไม่มีการอบรมเท่านั้นแหละ!”
ดวงตาของมู่กุยฝานค