่อย ๆ หรี่ลง เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “อย่าเลยครับ… เมื่อมีคนมายุ่งกับคนของผม มู่กุยฝาน แน่นอนว่าต้องชำระบัญชีกันให้เรียบร้อย”
คุณนายผู้เฒ่ามู่รู้สึกดีใจปลาบปลื้มอยู่ในใจ อ๊ะ… ที่แท้นี่คือความรู้สึกที่มีคนเป็นที่พึ่งนี่เอง! ช่างสง่างามเหลือเกิน ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัยจริง ๆ
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก… เด็กคนนี้เป็นคนของตระกูลซู เมื่อสองวันก่อนพวกเขามาขอรับรู้ความเป็นญาติกับครอบครัวเรา บอกว่าพ่อของเด็กเป็นคนของตระกูลมู่ของเรา” เธอถอนหายใจแล้วพูดแกล้งทำเป็นจริงใจ “จากนั้นพวกเราก็ปฏิเสธไป ถึงแม้ว่าลูกคนที่สี่จะชอบสนุก แต่ก็มีขอบเขต เป็นไปไม่ได้ จะมีลูกโตขนาดนี้”
“อาจเป็นเพราะถูกปฏิเสธแล้วพวกเขาเลยแค้น เมื่อกี้เด็กคนนี้หกล้มเองแต่กลับใส่ร้ายว่าพ่อบ้านจางผลักเธอ ผู้ใหญ่ในบ้านของเธอก็ไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย แล้วยังทำร้ายพ่อบ้านจางอีกด้วย”
“ยังชนแจกันที่ปู่เก็บสะสมไว้แตกอีกด้วย! ช่างเป็นคนที่ไร้มารยาทและไม่มีการอบรมเลยจริง ๆ !” คุณปู่มู่พยักหน้าเสริม
คนชราทั้งสองมองไปยังซูอีเฉินและซู่เป่าด้วยสายตาเหยียดหยาม
ดูสิ… หลานชายของพวกเขากำลังจะเรียกร้องความยุติธรรมให้พวกเขา!
ก็บอกแล้วไงว่า ถึงจะเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด ก็ยังไม่สามารถเทียบกับหลานชายของพวกเขาได้
แล้วพวกเขาก็ได้ยินมู่กุยฝานพูดว่า “ใส่ความกันใช่ไหม? แถมยังทำแจกันโบราณแตกอีกด้วย?”
“ใช่สิ แจกันใบนี้ ปู่ตั้งใจนำมาวางเพื่อต้อนรับหลานชา