บทที่ 101 ใบหน้าอันเย่อหยิ่ง
ซู่เป่าขยับเข้าไปอ้อนกอดแขนของคุณตาซูอย่างเรียบร้อย ก่อนเอ่ยถามเสียงเบา “คุณตาคงไม่อยากให้ซู่เป่าไปใช่ไหมคะ?”
คุณตาของเด็กน้อยถึงกับนิ่งอั้น… ทุกครั้งที่หลานตัวน้อยทำตัวรู้ความและเข้าใจโลกเกินวัย มันมักทำให้เขารู้สึกปวดใจเสมอ
“ใช่แล้ว…ตาไม่อยากให้หนูไปจากสายตาเลย” เขาถอนหายใจยาวพลางเอ่ยความจริง
ซู่เป่าเปรียบเสมือนดอกไม้งาม ที่พวกเขาเฝ้าทะนุถนอมดูแลอย่างดี จนลึก ๆ แล้วเขาแทบไม่อยากให้ใครได้เชยชม
ทว่าพอนึกถึงอดีต… ซูจิ่นอวี้ ลูกสาวของเขาก็เคยถูกปกป้องไว้ในกรงทองเช่นนี้ จนสุดท้ายเธอก็จากไปอย่างเศร้าสลด โดยไม่มีโอกาสได้สัมผัสความสวยงามของโลกภายนอก
เขาจึงปรารถนาจะนำความรุ่งเรืองทั้งหมดมาวางไว้ตรงหน้า เพื่อให้หลานสาวได้เห็นโลกใบกว้างใหญ่กว่าเดิม
ซู่เป่าพิงซบไหล่คุณตาซูพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามต่อด้วยความสงสัย “คุณตาคะ เทพสงคราม หมายความว่ายังไงเหรอคะ?”
คุณตาซูตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน่านับถือ “หมายถึงวีรบุรุษที่มีความสามารถเก่งกาจในการศึกสงคราม… พวกเขาเปรียบเสมือนเทพผู้พิทักษ์ที่คอยปกป้องคุ้มครองแผ่นดิน พวกเรามีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขทุกวันนี้ ก็เพราะมีวีรบุรุษเหล่านี้ยอมหลั่งเลือดและเสียสละตนเองเพื่อให้ได้มา”
แม้การพบกับมู่กุยฝานครั้งแรก จะทำให้เขารู้สึกว่าชายผู้นั้นไม่ใช่คนดีนัก แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธเกียรติประวัติอันน่านับถือนี้ได้ ซึ่งเขาก็ไม่ค