ิดจะปิดบังความจริงข้อนี้จากซู่เป่า…
“นั่นหมายความว่าเขาเป็นคนเก่ง และเป็นคนดีใช่ไหมคะ?” ซู่เป่าถามย้ำ
“อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นหรอกลูก” คุณตาซูก้มมองหลานสาวพลางยิ้มละไม
การที่เขายอมตกลงให้ซู่เป่าไปบ้านตระกูลมู่ ก็เพื่อดูว่ามู่กุยฝานจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร หากเขาคิดจะกลับคืนสู่ตระกูลมู่ เพื่อเกี่ยวดองกับคนพวกนั้น ตระกูลซูก็ไม่มีวันยอมปล่อยซู่เป่าไปแน่นอน…
เพราะบรรยากาศเน่าเฟะในตระกูลมู่ แค่ให้หลานสาวเขาไปอยู่เพียงครึ่งวัน ก็ยังถือว่านานเกินไป!
ทว่าซู่เป่ากลับสงสัยในประเด็นอื่น “แต่ตอนนี้เราไม่ได้ทำสงครามนี่คะ”
เธอเคยเห็นสงครามแค่ในทีวี และคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องในภาพยนตร์เท่านั้น
“สงครามในยุคสมัยแห่งสันติภาพ ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะมองเห็นได้หรอกลูก… สันติภาพไม่เคยได้มาเปล่า ๆ แต่มันมาจากการต่อสู้เพื่อให้ได้มา ไม่มีหรอกชีวิตที่สงบสุขตั้งแต่เกิด มีเพียงคนที่ยอมยืนบังวิถีกระสุนอยู่เบื้องหลังให้เราเท่านั้น” คุณตาซูตบไหล่ซู่เป่า
ซู่เป่าฟังแล้วก็กึ่งเข้าใจกึ่งสับสน แม้ในใจเริ่มรู้สึกว่า ‘คุณพ่อเทพสงคราม’ คนนี้ดูไม่เลวร้ายเท่าไหร่ เธอเริ่มอยากจะไปพบเขา…
อยากดูว่าเขาจะเหมือนในความฝันไหม ทั้งตัวสูงใหญ่จนเดินเข้าประตูแล้วศีรษะชนขอบประตูดังโครม
เขาจะเป็นเหมือนพ่อของคนอื่นไหมนะ?
พ่อที่จะอุ้มเธอขี่คอเล่นขี่ม้าส่งเมือง…
พ่อที่ปกป้องประชาชนก็น่าจะเป็นพ่อที่ดีสิ ไม่ใช่เหมือนกับพ่อคน