อเหมิงลังเลครู่หนึ่งก่อนยอมเปิดปาก
เธอถึงขั้นต้องเปิดฮีตเตอร์ช่วยด้วยซ้ำ จนสามีหาว่าเธออาการหนัก อากาศร้อนขนาดนี้ นอกจากจะห่มผ้านวมหนาเตอะแล้ว ยังเปิดเครื่องทำความร้อนอีก สุดท้ายเขาก็ไล่ให้เธอไปนอนในห้องหนังสือคนเดียว
“หา? ทำไมเขาถึงให้คุณป้าไปนอนที่ห้องหนังสือล่ะคะ?” ซู่เป่าอุทาน
“ก็เพราะตอนกลางคืนป้าต้องนั่งพิมพ์งานยังไงล่ะจ๊ะ ไหน ๆ ก็ต้องอยู่ในนั้นอยู่แล้ว เขาก็เลยบอกให้ไปนอนที่นั่นซะเลย” ซินจื่อเหมิงตอบเสียงเศร้า
จี้ฉางส่งเสียง ในลำคออย่างนึกรำคาญใจ
ซินจื่อเหมิงเริ่มพรั่งพรูความอัดอั้นออกมามากขึ้น “บ้านที่พวกเราอยู่ตอนนี้ แม้จะไม่เล็กแต่ก็มีแค่สามห้องนอน แม่สามีป้าจองไปห้องหนึ่ง ป้ากับสามีและลูกอยู่อีกห้อง ส่วนห้องสุดท้ายเป็นห้องทำงานของป้าเอง”
“สามีไล่ให้ไปนอนห้องทำงาน เธอก็ยอมไปจริง ๆ น่ะเหรอ” จี้ฉางเสริมขึ้นมา
“สามีคุณป้าให้ไปนอนห้องทำงาน คุณป้าก็ไปจริงๆ เหรอคะ?” ซู่เป่าเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“เฮ้อ ช่างมันเถอะจ้ะ ป้าไม่อยากพูดถึงมันแล้ว อีกอย่างลูกก็ต้องนอนกับพวกเราด้วย ถ้าป้าเปิดฮีตเตอร์ลูกก็จะร้อนจนนอนไม่หลับ ป้าเลยต้องยอมถอยออกมาเอง” ซินจื่อเหมิงทำหน้าจนปัญญาพลางแค่นยิ้มขื่น
เพราะเหตุนี้เอง เธอจึงตัดสินใจที่จะซื้อบ้านหลังใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม
ซินจื่อเหมิงเขียนนิยายมาหลายปี รายได้อาจไม่สม่ำเสมอ แต่เงินจากการขายลิขสิทธิ์นิยายไปทำละคร ก็ทำให้เธอมีเงินเก็บสะสมหลายล้านหยวน
ในเมือ