ขณะที่คุณตาซูกำลังจัดการเอกสารสำคัญอยู่ในห้องหนังสือ พ่อบ้านก็เดินมารายงานว่ามีแขกมาขอพบ
“ใครกัน?” ท่านถามโดยไม่เงยหน้าจากกองงาน
“ไม่แน่ใจครับท่าน แต่เขาแจ้งว่าเป็นคนจากกองทัพ มาพบด้วยเรื่องเกี่ยวข้องกับคุณหนูซู่เป่าครับ” คุณตาซูขมวดคิ้วฉับ
คนจากกองทัพงั้นหรือ?
ในใจของท่านพลันนึกไปถึงพละกำลังมหาศาลเกินมนุษย์ที่ติดตัวซู่เป่ามาแต่เกิด ทั้งการหักราวระเบียงด้วยมือเปล่า และการเหวี่ยงค้อนยักษ์ได้หน้าตาเฉย หรือว่าความลับเรื่องพลังพิเศษของหลานสาว จะรั่วไหลจนไปเข้าตากองทัพเข้าเสียแล้ว?
“ให้เขาเข้ามา” สีหน้าของคุณตาซูหม่นลงทันที ท่านเอ่ยเสียงเรียบ
ไม่นานนัก พ่อบ้านก็นำชายในชุดเสื้อหนังสีดำสนิทเข้ามาในห้อง เบื้องหลังของเขามีผู้ติดตามท่าทางทะมัดทะแมงหนึ่งคน ทั้งคู่แผ่กลิ่นอายความแข็งกร้าว อันเป็นเอกลักษณ์ของคนในกองทัพออกมาด้วยความชัดเจน
ทว่าชายผู้นำหน้ากลับให้ความรู้สึกยากจะบรรยาย
ใบหน้าของเขานั้นเรียกได้ว่าหล่อเหลา แต่กลับแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจ
เส้นผมสีดำหยักศกผสานกับดวงตาแสนเย็นชาลึกล้ำมาแต่กำเนิด ต่อให้พยายามปกปิดเพียงใด ทว่ากลิ่นอายความอำมหิตกระหายเลือดที่แผ่ออกมานั้น ก็ยากจะมองข้าม
มันรุนแรงเสียจนทำให้คนนึกไปถึง หัวหน้าอาชญากร มากกว่าชายชาติทหาร
“สวัสดีครับคุณซู” เขายิ้มบาง ๆ พลางยื่นมือออกมาตามมารยาท
“หากคนแก่อย่างฉันจับมือกับเธอ หลานของฉัน…ยังจะปลอดภัยอยู่ไหม?” คุณผู้เฒ่าซูจ้องมองมือนั้น