องบอกสิคะ! ถ้าไม่ชอบก็ต้องพูดออกไป!” ซู่เป่าจึงรีบพูดตามทันที
“ช่างมันเถอะจ้ะ ป้าไม่อยากมีเรื่อง…” ซินจื่อเหมิงถอนหายใจยาว
แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าหาเรื่องใส่ตัวแล้วเรียกว่าอะไร?
ตัวเองไม่มีความสุขแต่ก็ไม่ยอมอ้าปากพูด แล้วมานั่งอมทุกข์เพื่ออะไรกัน?
“สุดท้ายเงินที่หามาได้แทบตายก็ไม่ใช่ของป้าสินะ ซื้อบ้านเองก็ไม่ได้ตัดสินใจ แถมยังมาห้ามไม่ให้ป้าใช้เงินตัวเองอีก…” ซินจื่อเหมิงพึมพำต่อ
แม้แต่ซูอีเฉินที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ยังเริ่มหมดความอดทนกับความใจอ่อนของเธอ
“และยังมีอีกนะ…” ซินจื่อเหมิงตั้งท่าจะเล่าความอัดอั้นต่อ
“พอแล้วค่ะคุณป้าซิน ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ!” ซู่เป่ากลับยกมือขึ้นปิดปากเธอไว้ทันที
แปลกจริง ๆ ยิ่งซู่เป่าฟังเธอก็ยิ่งรู้สึกโกรธจนหน้าแดง แม้ว่าเด็กอย่างเธอจะไม่เข้าใจเรื่องซับซ้อนของผู้ใหญ่ แต่ฟังแล้วมันช่างน่าโมโหเสียให้ได้!
จี้ฉางเองก็ส่ายหัวอย่างระอา ตามหลักการแล้วสามีของเธอไม่ทำงาน ไม่หาเงิน เธอต้องหาเลี้ยงทั้งคนแก่และเด็ก แล้วเหตุใดเธอถึงต้องมายอมให้อีกฝ่ายโขกสับจนน่าอึดอัดขนาดนี้?
“แล้วทำไมคุณป้าไม่คุยกับคุณลุงให้รู้เรื่องล่ะคะ?” ซู่เป่านิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะถาม
“สามีป้าเป็นพวกชายเป็นใหญ่จ้ะ เวลากลับบ้านเกิด คนอื่นมักคิดว่าเขาเป็นคนหาเงินเลี้ยงบ้าน เขาชอบแอบอ้างว่าตัวเองเงินเดือนเป็นล้านแล้วก็ไม่เคยคิดอธิบายความจริงให้ใครฟัง” ซินจื่อเหมิงบ่นอุบ
“เขาต้องเป็นคนตัดสินใจทุกเรื่อง ถ้