ผู้ติดตาม
ไม่อย่างนั้นเด็กน้อยที่ดูร่าเริงดี จะพูดออกมาได้อย่างไรว่า ‘ไม่ต้องการพ่อ’
“ใช่ครับ ตระกูลมู่ไล่คุณหนูซู่เป่าให้อยู่เพียงแค่หน้าประตูบ้านครับ” ลูกน้องรายงานตามตรง
“พวกเขาสมควรต้องเสียใจไปตลอดชีวิต” มู่กุยฝานหรี่ตาลง แววตาฉายร่องรอยการเยาะหยัน
“แล้วพวกตระกูลหลินล่ะ…” มู่กุยฝานเอนหลังพิงเบาะรถยนต์ ดวงตาฉายแววอำมหิตน่าขนลุก “ไปขุดหลุมศพของหลินเฟิงขึ้นมา แล้วโปรยเถ้ากระดูกของมันทิ้งไปซะ”
“แบบนี้… มันคงไม่เหมาะมั้งครับท่าน เมื่อพิจารณาจากตำแหน่งและสถานะของท่านในตอนนี้…” ลูกน้องถึงกับเหงื่อตก พูดตะกุกตะกัก
“หืม? ฉันมีสถานะอะไร? ฉันทำในฐานะหัวหน้าตระกูลมู่ ไม่ใช่ในนามองค์กรสักหน่อย” มู่กุยฝานแค่นหัวเราะ
“อีกอย่าง ถ้าแกไม่พูด ฉันไม่พูด ใครจะรู้ว่าเป็นฝีมือของมู่กุยฝานคนนี้กันล่ะ?”
มู่กุยฝานหลับตาลงพักผ่อนครู่หนึ่งก่อนสำทับ “อ้อ… ตระกูลหลินยังเหลือคนแก่ ๆ อีกสองคนใช่ไหม?”
“ท่านครับ! คนแก่ ๆ ปล่อยพวกเขาไปเถอะครับ…”
“ในเมื่อพวกเขากล้าทารุณลูกสาวของฉัน มันก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าบั้นปลายชีวิตของพวกมันจะไม่มีวันพบเจอกับความสุข” มู่กุยฝานหัวเราะเยาะด้วยความเลือดเย็น
คนแก่แล้วยังไง? ลูกสาวของเขายังตัวเล็กนิดเดียวเอง
ลูกน้องได้แต่ปวดหัวตุบ หัวหน้าของเขาคนนี้ช่างสุดโต่ง ทั้งความดีและความชั่วล้วนรวมอยู่ในคนเดียวกัน องค์กรสั่งให้เขามาตรวจสอบพฤติกรรม แต่เขากลับไม่ตรวจสอบอะไรเลยสักอย่าง…
จังหวะนั