ยงเวลาอยู่ต่อหน้าซู่เป่าเท่านั้น ที่เขาจะเผยด้านอ่อนโยนออกมา ทันทีที่เขาเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อเริ่มการประชุมออนไลน์ ใบหน้าเขากลับเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเข้มงวดตามเดิมในชั่วพริบตา
ซู่เป่ารอได้ไม่นานนัก การประชุมชั่วคราวของซูอีเฉินเพิ่งเสร็จสิ้น เธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคย กำลังเดินคอตกกลับมาทางหน้าหมู่บ้านด้วยสีหน้าหม่นหมอง
รอยคล้ำใต้ตาของซินจื่อเหมิงดูเข้มกว่าเมื่อวาน และแผ่นหลังของเธอก็ดูค่อมลงอีกเล็กน้อยราวกับแบกของหนักเอาไว้
“อ้าว กลับมาเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย” จี้ฉางเอ่ยทัก
“คุณป้าซินจื่อเหมิงคะ!” ซู่เป่าชะโงกหัวออกไปนอกหน้าต่างรถพลางโบกมือน้อย ๆ
ซินจื่อเหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อมองดูชัด ๆ ก็พบว่าเป็นเด็กน้อยน่ารักที่เจอกันในสวนสนุกนั่นเอง “เป็นหนูนี่เอง!” เธอรีบเดินเข้ามาหาพลางฝืนยิ้มทักทาย “หนูมานี่ได้ยังไงกันจ๊ะ?”
“ซู่เป่ามีเรื่องอยากจะคุยกับคุณป้าค่ะ!” เด็กน้อยเอ่ยเสียงใส
ซินจื่อเหมิงอุทานด้วยความแปลกใจ แม้จะรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้แต่เธอก็ยังนึกไม่ออกว่าเด็กตัวเล็ก ๆ จะมีธุระสำคัญอะไรกับเธอ
ในขณะที่ซู่เป่าและจี้ฉางจ้องมองมานั้น เจ้า “ผีขี้ขลาด” ก็พยายามขดตัวซ่อนอยู่บนไหล่ของซินจื่อเหมิง และพยายามลบตัวตนให้เหลือน้อยสุด มันเริ่มมีสีหน้าระแวดระวังอย่างเต็มกำลัง
พักนี้แว่วข่าวจากพวกผีแถวนี้มาว่า มีนักพรตฝีมือฉกาจ เก่งเรื่องจับผีปรากฏตัวขึ้น… เขาคงไม่โชคร้ายขนาดที่ต้องมาเจอเข้ากับต