ีบดอกไม้กำลังเบ่งบาน
“คุณยายคะ ทั้งหมดนี้คุณยายทำเองคนเดียวเลยเหรอคะ?” ซู่เป่าอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
“แน่นอนสิจ๊ะ ฝีมือการทำอาหารของคุณยายน่ะ ได้รับการการันตีจากเชฟระดับห้าดาวมาแล้วนะ” คุณนายซูยืดอกตอบด้วยความภูมิใจ
“คุณยายเก่งที่สุดเลยค่ะ หนูขอปรบมือให้ดัง ๆ เลย!” ซู่เป่าชูนิ้วโป้งให้ทันที คุณนายซูหลุดหัวเราะออกมาด้วยความชื่นใจ
หานหาน ซูเหอเวิ่น และซูเหอเหวิน ต่างพากันก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย เดิมทีพวกเขามักรู้สึกว่าอาหารที่บ้านรสชาติธรรมดา ทว่าไม่รู้ทำไมในตอนนี้ ทุกคำถึงได้รู้สึกหอมหวาน และมีความสุขขนาดนี้
ซูอีเฉินเอ่ยขึ้นระหว่างมื้ออาหาร “ซู่เป่าเริ่มปรับตัวได้ดีแล้ว อีกสักพักเราค่อยส่งแกไปเข้าโรงเรียนอนุบาลดีไหม?”
หลังจากไปโรงเรียนกับซูเหอเวิ่นมาแล้ว เจ้าตัวเล็กก็เริ่มมีความใฝ่ฝันอยากไปโรงเรียน ยิ่งเห็นหานหานไปเรียนอนุบาล เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเท่มากจริง ๆ
“ถึงเวลาที่ควรจะส่งไปได้แล้วละ” ซูอีเฉินเอ่ยย้ำ
“จะรีบไปไหนกัน? ซู่เป่ายังเด็กนัก…” คุณตาซูเม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าดูเย็นชาขึ้นมาทันที
“คุณตาคะ หนูไม่เด็กแล้วนะ! หนูไม่ใช่เด็กสามขวบแล้วนะคะ” ซู่เป่ารีบละล่ำละลักบอกอย่างร้อนรน
“อื้อ ๆๆ! ไปเรียน… กับฉันนะ…” หานหานเงยหน้าขึ้นจากจานอาหารพลางเคี้ยวตุ้ย ๆ จนแก้มตุ่ยเอ่ยสนับสนุนเสียงอู้อี้
“พ่อครับ ปล่อยให้ซู่เป่าไปเถอะครับ หานหานก็เพิ่งเปิดเทอมได้ไม่นาน