วางใจได้เลยค่ะ ซู่เป่าจะไม่กลายเป็นเด็กนิสัยเสียแน่นอน!” ซู่เป่าเอ่ยอย่างจริงจัง
ซูเหอเหวินมองมือน้อย ๆ นั่นด้วยสายตาว่างเปล่า ทว่าสุดท้ายเขากลับถอนหายใจออกมา ก่อนยื่นมือไปหยิบป๊อปคอร์นชิ้นเคลือบน้ำตาลหนาสุดในถัง แล้วยัดใส่ปากซู่เป่าจนแก้มตุ่ย
“พูดมากจริง กินเข้าไปซะ” เขาเอ่ยเสียงขรึมพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มจาง ๆ บนมุมปาก
ถ้าปากไม่ว่างแล้ว ก็จะได้ไม่ต้องไปเผลอหลุดปากบอกคุณยายไง
เด็ก ๆ จัดการป๊อปคอร์นและน้ำผลไม้จนเกลี้ยง ตอนนี้ล่วงเลยมาถึงเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ว
“ได้เวลากลับกันแล้วล่ะ” ซูอีเฉินเหลือบดูนาฬิกา
“คุณลุงใหญ่คะ หนูอยากเข้าห้องน้ำค่ะ” ซู่เป่าชูมือขึ้น
“หนูก็อยากไปเหมือนกัน!” หานหานรีบสำทับ
“ผมไปด้วย” ซูเหอเวิ่นลุกขึ้นยืนทันควัน
ซูเหอเหวินถึงกับกลอกตามองบนอย่างสง่างาม “แค่ไปเข้าห้องน้ำ ยังต้องตามไปคุมอีกเหรอ?”
ซู่เป่าและหานหานวิ่งนำหน้าไปพลางจูงมือกันกระหนุงกระหนิงตามประสาเด็กผู้หญิง ซูเหอเวิ่นมองตามพลางพึมพำในใจ ว่าทำไมเด็กผู้หญิงต้องจูงมือกันเข้าห้องน้ำด้วยนะ? แต่พอเขามองย้อนกลับมายังพี่ชายของตนเอง…
ซูเหอเหวินรีบเบรกทันที “อย่าได้คิดเชียวนะ!”
ผู้เป็นน้องชายพยักหน้าเห็นด้วย
อืม… ถ้าเด็กผู้ชายจูงมือกันไปห้องน้ำ ภาพมันคงดูพิลึกพิลั่นเกินไปจริง ๆ
ภายในห้องน้ำ
“พี่สาว เสร็จหรือยังคะ?” ซู่เป่าทำธุระเสร็จเร็วกว่าจึงตะโกนถามผ่านประตู
“ฉันกำลังอึอยู่น่ะ” หานหานตอบ