งยหน้าขึ้นมาเห็นหญิงชุดแดงในสภาพราวกะวิญญาณก็เกือบจะกระโดดเหยงด้วยความตกใจ เมื่อจ้องมองดูดี ๆ อีกครั้งถึงพบว่าเป็นคน จึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
หญิงสาวคนนั้นนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ เขา ใบหน้าของเธอฉายแววอ่อนเพลีย เธอเอนกายพิงพนักถอนหายใจยาว
“คุณป้า เจอกันอีกแล้วนะคะ” ซู่เป่าร้องทักด้วยความแปลกใจ
“ใครเหรอ?” หานหานมองตามแล้วถามอย่างงุนงง ยามปกติแล้ว หานหานมักจะไม่จดจำใครหากไม่สำคัญพอ
“ก็ผู้ปกครองของเด็กน่ารำคาญที่แซงคิวเราเมื่อกี้ไง” ซูเหอเวิ่นหรี่ตาพลางบอก
“อ๋อ… พวกหนูเองเหรอ” หญิงชุดแดงหันมามอง เมื่อเห็นพวกซู่เป่าเธอก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ย
ซู่เป่าจ้องเขม็งไปยังผีร้ายซึ่งยังคงเกาะอยู่บนบ่าของเธอ ซูเหอเวิ่นสังเกตเห็นว่าน้องสาวมองไปผิดที่ผิดทางจึงถามขึ้นโดยสัญชาตญาณ “มีอะไรหรือเปล่า?”
“พี่ชายคะ… บนไหล่ของคุณป้ามีผีเกาะอยู่ตัวหนึ่งละ…” เด็กน้อยประกบมือเข้าหากันแล้วเขย่งเท้ากระซิบข้างหูพี่ชาย
พี่ชายคนรองจึงรีบย้ายที่นั่งทันควัน จนซู่เป่าต้องถามอย่างสงสัย “พี่ชายเป็นอะไรไปคะ?”
“เปล่าหรอก ตรงนั้นลมมันแรงไปหน่อย” ซูเหอเวิ่นตอบเลี่ยง ๆ
“ขอโทษเรื่องเมื่อกี้อีกครั้งนะจ๊ะ…” หญิงชุดแดงยิ้มเศร้า ๆ แล้วเอ่ย
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณป้าชื่ออะไรคะ?” ซู่เป่าส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก
“ป้าชื่อซินจื่อเหมิงจ้ะ” หญิงชุดแดงนั่งหลังค่อม ร่างกายดูทรุดโทรมเหมือนคนหมดแรง
“คุณป้าคะ ทำไมคุณป้าถึงพาเด็กนิสัยไม่ดีคนนั้นมาเล่น